ย้ายบล็อค
Seat2Cup.com
ซื้อกาแฟที่ webshop
ขออภัยในความไม่สะดวกนะครับ
Seat2Cup.com
ซื้อกาแฟที่ webshop
ขออภัยในความไม่สะดวกนะครับ
ซีททูคัพ ร้านกาแฟ โรงคั่วกาแฟขนาดเล็ก คั่วกาแฟด้วยแรงบันดาลใจตามแนวทางโรงคั่วหัวก้าวหน้า เราคั่วกาแฟช้าๆ ในเตาเล็กๆ ขนาดครั้งละไม่เกิน 15 กิโลกรัม และหยุดคั่วเมื่อเสียงแคร็กครั้งที่สองเริ่มดังอันเป็นจุดที่กาแฟพัฒนารสชาติจนถึงขีดสุดสำหรับการชงแบบเอสเปรสโซ เราเบลนด์กาแฟไทยกับกาแฟจากต่างประเทศอย่างลาว อินเดีย และอื่นๆ เพื่อให้ได้เอสเปรสโซที่ทุกคนต้องชื่นชอบ
ติดต่อเราได้ที่บาร์กาแฟซีททูคัพ เพื่อชิมทดสอบรสชาติ อาคารชาญอิสสระ 2 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ และเรารอดึงช็อตเอสเปรสโซให้กับทุกๆ ท่านอยู่แล้วตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันเสาร์ ตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น
เยี่ยมชมเว็บไซต์ทางการที่ seat2cup.com
ซื้อกาแฟสำหรับชงดื่มที่บ้านได้ที่ webshop
หรือติดต่อสั่งซื้อเมล็ดกาแฟราคาส่ง และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ 086 316 6629

ภาพนี้ถ่ายจากบนเนิน ทำให้เห็นโรงคั่วที่มีปล่องควันหลายปล่องเพราะติดตั้งเครื่องคั่วขนาด 60 กก.ถึง 2 เครื่อง และให้เห็นว่าโรงคั่วอยู่บนดอยท่ามกลางเทือกเขาและสายหมอก

เครื่องคั่วตัวใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีสูงสุด นำมาใช้คั่วกาแฟที่ดีที่สุด จากคนที่ตั้งใจทำกาแฟแบบสุดๆ

หนุ่มๆ กำลังคั่วกาแฟกันครับ ซ้ายสุดนั่นคือ ลีพี คนคั่วกาแฟ คนกลางคือ เอก ที่ปรึกษาคนสำคัญของดอยช้างและที่จับคางอยู่คือเปาโลช่างชาวอิตาเลี่ยน ทั้งหมดกำลังหันหลังให้กับเครื่องคั่ว แต่ที่จ้องกันอยู่นั้นคือหน้าจอคอมพิวเตอร์ซึ่งใช้ควบคุมการคั่วทั้งระบบ

เครื่องวัดสีกาแฟคั่ว สิ่งที่คนคั่วกาแฟหลายคนใฝ่ฝันแม้แต่คนคั่วกาแฟเล็กๆ อย่างผม เมื่อได้เห็นการใช้งานแล้วทำให้เข้าใจเลยว่าเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยพัฒนาฝีมือการคั่วได้ดีมาก เสียแต่ว่าค่าตัวมันแพงเกินกำลังไปหน่อย

ผมเดินทางมาดอยช้างครั้งนี้ ได้เห็นระบบการคั่วกาแฟของเครื่องใหม่นี่จนเข้าใจ ทำให้เทียบเคียงกับเครื่องคั่วและวิธีคั่วที่ตัวเองใช้อยู่ได้ มีบางแนวคิดที่น่าสนใจเช่นการตั้งโปรไฟล์การคั่วที่ใช้อุณหภูมิของเมล็ดเป็นสำคัญ ซึ่งปกติตัวผมจะใช้ทั้งอุณหภูมิและเวลาร่วมกัน ได้เห็นแนวคิดในการควบคุมความเร็วรอบของดรัม และการควบคุมลมร้อนและควัน ได้เห็นข้อดีต่างๆ ของการใช้ลมร้อน แทนการใช้ thermal transfer แบบที่ใช้กันมานานเป็นร้อยปีแล้ว ต่างๆ เหล่านี้ทำให้ผมเข้าใจการคั่วกาแฟมากขึ้น และยังตอกย้ำว่าแม้เครื่องจะมีเทคโนโลยีที่สูงมากแต่ก็ยังต้องการความคิดของ “คน” เพื่อเข้าไปควบคุมมันและจุดนี้เองที่ยืนยันว่าคอมพิวเตอร์ยังมิได้ทำให้ศิลปะในการคั่วกาแฟลักษณะนี้ลดลง งานนี้ผมก็ได้แต่ให้คำแนะนำและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่พอมีอยู่บ้างให้กับ ลีพี แต่ที่มากกว่าเห็นจะเป็นกำลังใจให้ลีพีมุ่งมั่นตั้งใจหาประสบการณ์การคั่วกาแฟต่อไป อาจต้องใช้เวลาอีกสักนิดแต่เชื่อว่ากาแฟคั่วของดอยช้างที่มีคุณภาพสูงอยู่แล้วจะถูกพัฒนาต่อไปได้อีกมาก
เป็นที่ทราบกันอยู่บ้างว่ากาแฟโรบุสต้าของอินเดียนั้นมีคุณภาพดีที่สุดในโลก แต่ด้วยความที่กาแฟโรบุสต้าที่ดีมากๆ ในโลกนี้นั้นมีน้อยมากจนทำให้คนในอุตสาหกรรมกาแฟไม่ค่อยคุ้นเคยและไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับโรบุสต้าที่ดีๆ จะหาคนที่มีทักษะการประเมินกาแฟโรบุสต้าที่เก่งยิ่งมีน้อย ผู้เชี่ยวชาญกาแฟชาวอินเดียจึงดูเหมือนจะได้เปรียบในเรื่องนี้

สภาพที่เห็นโดยทั่วไปในสวนกาแฟ คือต้นพริกไทยถูกปลูกปะปนกันกับต้นกาแฟถ้าสังเกตในภาพจะเห็นใบไม้ที่ต่างกันสองแบบ

เมื่อเก็บผลสุกมาแล้ว คนงานจะต้องแยกผลไม่สุกที่ปะปนมาออกตอนที่อยู่ในสวนนั้นครั้งหนึ่งก่อน เมื่อนำผลเชอรี่กลับมาที่โรงสีจึงต้องมาคัดอีกครั้งหนึ่ง

เครื่องแบบนี้ในบ้านเราจะไม่ค่อยเห็น มันคือเครื่องลอกเมือกหรือที่เรียก demucilager คือลอกเปลือกออกแล้วลอกเมือกต่อเนื่องกันทันที จากนั้นจึงนำไปหมักแห้งเพื่อสลายเมือกที่ตกค้างอีกรอบหนึ่งแล้วจึงล้าง บ้านเราถ้าไม่มีเครื่องนี้ก็ต้องใช้วิธีหมักแห้งหรือหมักเปียกซึ่งต้องใช้เวลาสักหน่อยและต้องหมั่นคอยดูแลมิฉะนั้นจะเกิด over ferment ได้

เป็นโรบุสต้านะครับ แต่ล้างเสียจนสะอาดเหมือนกับที่เราทำกับอราบิก้า สังเกตถาดตากของเขาจะใช้ตาข่ายโลหะ ถ้าเป็นบ้านเรามักใช้ตาข่ายไนลอนซึ่งต้องคอยเปลี่ยนอยู่เสมอ



ผมได้รับแรงบันดาลใจจากเชงกัปปะมาเต็มๆ ด้วยปรัชญาในการทำสวนที่รบกวนธรรมชาติให้น้อยที่สุด ความทุ่มเทและใส่ใจในทุกรายละเอียด การเปิดใจกว้างรับฟังความเห็นต่างๆ เขาสอนผมว่าการทำสวนนั้นต้องพึ่งพาธรรมชาติเช่นฟ้าฝน เราควบคุมสิ่งที่เราพอจะควบคุมได้ แต่ก็ต้องปรับตามสภาพธรรมชาติที่เปลี่ยนไป เราต้องทดลองและค่อยๆ ปรับไปเรื่อยอย่างที่ฝรั่งใช้คำว่า fine tune ทำให้ผมหวนคิดถึงงานคั่วกาแฟของตัวเองซึ่งมีลักษณะเดียวกัน ที่ต้องปรับโน่นนิดปรับนี่หน่อยอยู่เสมอเพื่อให้งานดีขึ้นเรื่อยๆ และดูเหมือนจะไม่มีวันสิ้นสุด มันไม่มีสูตรตายตัว ทำให้เป็นงานที่สนุกท้าทายไม่น่าเบื่อ
เชงกัปปะเล่าให้ผมฟังว่า เคยมีคนถามเขาว่าทำไมเขาต้องทำสิ่งต่างๆ มากมายและดูยุ่งยากถึงขนาดนี้ เพราะใช่ว่าเขาจะได้เงินเพิ่มขึ้นมากนัก
เขาก็ตอบไปเพียงว่า “ฉันทำ…เพราะฉันรักที่จะทำมัน ก็เท่านั้นเอง”
ผมตามเก็บภาพขณะที่คุณหมอพรเพื่อนที่ดีของเราขึ้นแข่งที่เซ็นทรัลเวิร์ลดพลาซ่าเมื่อวันที่ 2 มี.ค. ที่ผ่านมา คุณหมอกลายเป็นตัวแทนอิสสระรายเดียวท่ามกลางน้องๆ จาก chain กาแฟใหญ่ๆ อย่าง S&P และ แบล็คแคนยอน ด้วยความชื่นชมหลงไหลในกาแฟแบบสุดๆ ของคุณหมอทำให้เขากลายเป็นตำนานลาเต้อาร์ทเมืองไทยไปแล้ว
มีควันหลงนิดหน่อยเกี่ยวกับการแข่งของคุณหมอที่ร้อยตะวัน เชิญตามอ่านและร่วมแสดงความยินดีได้นะครับ
การแข่งทำช็อตเอสเปรสโซที่บูธ P&F มีผู้มาร่วมมากเกินคาดคือร่วม 16 ท่าน งานนี้ “นวล” บาริสต้าของเรายังคว้ารางวัลมาได้ เรียกว่าได้รับจ๊อบช่วยงานที่บูธเขาแล้วยังได้รางวัลติดมือกลับมาอีก รายการนี้ถือว่าผู้ร่วมแข่งหลายท่านเป็นระดับเทรนเน่อและหลายท่านเป็นบาริสต้าที่ลงแข่งขันชิงแชมป์ประเทศ ทุกคนได้แสดงเทคนิคการทำช็อตในสไตล์ของตัวเองออกมา ผมแอบถามกรรมการตัดสินแล้วท่านบอกว่าน่าทึ่งมากที่ช็อตเอสเปรสโซที่มาจากกาแฟตัวเดียวกัน เครื่องชงเดียวกัน แต่ผู้ชงต่างกัน ทั้ง 16 ถ้วยนั้นมีรสชาติต่างกันทั้งหมด



งานกาแฟครั้งนี้ส่วนตัวผมถือว่าบรรยากาศเป็นกันเองดีมาก เราได้คุยเรื่องกาแฟกัน ได้กินกาแฟ ดื่มและดื่มอีกเรื่อยๆ ได้พบปะเพื่อนๆ ในวงการที่ปกติจะไม่ค่อยได้พบกันบ่อยนัก ผมก็หวังแค่ว่างานกาแฟแบบนี้จะช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมโดยรวม ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกันเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาคุณภาพ และหวังว่าจะได้พบกันอีกในงานกาแฟครั้งต่อๆ ไปครับ
ส่วนงานกาแฟอีกงานหนึ่งนั้นหลายท่านคุ้นเคยกว่าเพราะจัดต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว จัดโดยบริษัทร้อยตะวัน 121 ภายใต้ชื่องาน Thailand Coffee&Tea และในปีนี้จะจัดขึ้นประมาณกลางเดือนหน้านี้ภายใต้ชื่อใหม่ว่า Thailand Asian Coffee&Tea 2008 รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่นะครับ ทราบมาว่างานนี้จะมีการจัดการแข่งขันบาริสต้า และการแข่งขันลาเต้อาร์ตด้วย
ทั้งสองงานนี้เป็นงานแสดงสินค้า จัดขึ้นเพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์และขายสินค้ากัน ซีททูคัพเราเป็นร้านกาแฟและโรงคั่วเล็กๆ ไม่ได้ไปร่วมออกงานกับเขาหรอกครับ ช่วยประชาสัมพันธ์ให้ก็ไม่ได้ค่าโฆษณาอะไร แต่เพราะเชื่อว่าอาจเป็นประโยชน์กับผู้ที่สนใจเรื่องกาแฟอยู่บ้างจึงนำมาเล่าสู่กันฟัง ใครได้ไปแล้วชอบไม่ชอบหรือเห็นอะไรน่าสนใจอย่างไรช่วยทิ้งความเห็นไว้บ้างก็ได้นะครับ
ในปี 2006 Sunalini Menon ได้รับเชิญจากสมาคมบาริสต้าไทยมาเป็นหัวหน้ากรรมการตัดสินการแข่งขันบาริสต้า และเธอยังตอบรับการเป็นวิทยากรในการแนะนำการชิมกาแฟให้กับผู้ประกอบการกาแฟชาวไทยร่วม 30 คน ถือเป็นการรวมตัวของผู้ประกอบการกาแฟไทยอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้ใช้เวลากับ Menon ตลอดทั้งสัปดาห์ทั้งชิมทดสอบกาแฟและการทัศนศึกษาสวนกาแฟโรบุสต้าระดับ specialty สิ่งที่ทำให้สำนึกคือเราจะไม่สามารถพัฒนาคุณภาพกาแฟได้เลยหากเราขาดทักษะในการชิมกาแฟ การชิมกาแฟจะเชื่อมโยงทุกๆ ส่วนในกระบวนกาแฟผลิตกาแฟเข้าไว้ด้วยกันไม่ว่าจะเป็นเมล็ดพันธุ์ กระบวนการผลิตสาร การคั่ว จนถึงการชง เอาง่ายๆ ว่าหากมีกาแฟมาตั้งอยู่ตรงหน้าเรา 2 ตัว เราต้องบอกได้ว่าตัวไหนดีกว่า ดีกว่าอย่างไร ที่ไม่ดีนั้นเกิดจากอะไร ต้องแก้ไขอย่างไร ตัวไหนควรจะมีราคาสูงกว่า หากตอบคำถามเหล่านี้ไม่ได้ ธุรกิจกาแฟที่เราทำอยู่นั้นอาจมีปัญหา
ข่าวดีคือในสัปดาห์หน้านี้ Menon ได้ตอบรับคำเชิญของสมาคมบาริสต้าไทยอีกครั้งหนึ่งแล้ว และจะมีการจัด cupping workshop ขึ้นภายในงาน Thailand Coffee Tea&Drinks 2008 รายละเอียดมีอยู่แล้วที่เวบสมาคมบาริสต้าไทย ส่วนตัวผมถือว่าเป็นโอกาสอันดีและคุ้มค่ามากสำหรับผู้ที่อยู่ในวงการกาแฟ แม้เวลาจะมีน้อยแต่เชื่อว่าผู้เข้าร่วมจะได้รับแนวคิดที่เป็นประโยชน์พร้อมทั้งแรงบันดาลใจ โดยเฉพาะหากท่านได้เตรียมตัวและเตรียมคำถามมาก่อน คำแนะนำของผมสำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับการ slurp ควรหาช้อนมาหัดซดกาแฟไว้บ้างครับเพื่อไม่ให้สำลักและได้รสชาติจากการชิมชัดเจน หากเป็นไปได้ควรหากาแฟหลายๆ ตัวมาชิมไว้บ้างจะยิ่งทำให้สามารถเข้าใจได้เร็วขึ้น
น่าเสียดายที่ work shop นี้จัดได้เพียง session เดียวเท่านั้น จึงรับผู้เข้าร่วมได้จำนวนจำกัดมาก ผู้ที่สนใจจริงๆ จึงควรรีบลงทะเบียนได้แล้วครับเพราะอาจเต็มได้ในเวลาอันรวดเร็ว แล้วท่านจะได้ทราบว่าทำไม Sunalini Menon จึงเป็นผู้หนึ่งที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในวงการกาแฟโลก
ท่านจะได้เห็นเราเทลาเต้ในจอโทรทัศน์ 8 โมงเช้าของวันที่ 13 นี้ ทางช่องเก้า โมเดิร์นไนน์ ใครตื่นเช้าลองเปิดรับชมกันนะครับ เป็นรายการสดครับ

ลิ้นคนทำกาแฟก็เหมือนตราชั่ง ใช้ไปนานๆ อาจเพี้ยนต้องนำไปปรับเทียบที่เรียกว่า calibrate ไปบังกาลอร์คราวนี้ผมนำลิ้นตัวเองไปปรับเทียบกับสุนาลินี มีนอน ให้รู้ตัวบ้างว่าที่เราจับเปรี้ยว จับเค็ม จับขมและหวานได้นั้น ยังแม่นยำเชื่อถืออยู่ได้หรือไม่ ที่พิเศษคือครั้งนี้จะได้ไปทัศนศึกษาในสวนกาแฟที่ Coorg ด้วย ว่ากันว่าสวนกาแฟในอินเดียมี agricultural practice ที่ดีอันดับต้นๆ ของโลก ผมก็พลอยตื่นเต้นไปด้วย
ที่อยากเตือนคือการรับสมัครแข่งขันบาริสต้ากำหนดวันแล้วคือวันที่ 10 ที่จะถึงนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์สมาคมครับ
ลาเต้อาร์ทด้านบนนั้นไม่เกี่ยวกับหัวข้อที่จั่วไว้เลยแค่เอามาฝากไว้ดูเล่นครับ ช่วงนี้ติดต่อผมได้ทางอีเมล์เท่านั้นนะครับ