Tuesday, August 5, 2008

ย้ายบล็อค

เนื่องจากเกิดความไม่คล่องตัวหลายอย่าง และข้อจำกัดเรื่องการ transfer ข้อมูลของที่นี่ จึงจำเป็นต้องย้ายไปที่ wordpress ครับ

http://vudh.wordpress.com/

Seat2Cup.com

ซื้อกาแฟที่ webshop

ขออภัยในความไม่สะดวกนะครับ

Posted by vudh at 19:45:54 | Permalink | No Comments »

Sunday, March 16, 2008

กาแฟ ซีททูคัพ โรงคั่วกาแฟขนาดเล็ก คั่วกาแฟด้วยแรงบันดาลใจ

ซีททูคัพ ร้านกาแฟ โรงคั่วกาแฟขนาดเล็ก คั่วกาแฟด้วยแรงบันดาลใจตามแนวทางโรงคั่วหัวก้าวหน้า เราคั่วกาแฟช้าๆ ในเตาเล็กๆ ขนาดครั้งละไม่เกิน 15 กิโลกรัม และหยุดคั่วเมื่อเสียงแคร็กครั้งที่สองเริ่มดังอันเป็นจุดที่กาแฟพัฒนารสชาติจนถึงขีดสุดสำหรับการชงแบบเอสเปรสโซ เราเบลนด์กาแฟไทยกับกาแฟจากต่างประเทศอย่างลาว อินเดีย และอื่นๆ เพื่อให้ได้เอสเปรสโซที่ทุกคนต้องชื่นชอบ

ติดต่อเราได้ที่บาร์กาแฟซีททูคัพ เพื่อชิมทดสอบรสชาติ อาคารชาญอิสสระ 2 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ และเรารอดึงช็อตเอสเปรสโซให้กับทุกๆ ท่านอยู่แล้วตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันเสาร์ ตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น

เยี่ยมชมเว็บไซต์ทางการที่ seat2cup.com
ซื้อกาแฟสำหรับชงดื่มที่บ้านได้ที่ webshop

หรือติดต่อสั่งซื้อเมล็ดกาแฟราคาส่ง และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ 086 316 6629

Posted by vudh at 18:41:25 | Permalink | No Comments »

Thursday, March 13, 2008

roasting@Doichaang

Brambati  เครื่องคั่วกาแฟชั้นนำของโลกขนาด 60 กก. ได้บ้านใหม่ที่โรงงานกาแฟดอยช้างมาหลายเดือนแล้ว ถึงวันนี้พี่เปาโลช่างเทคนิคชาวอิตาเลี่ยนที่มีหน้าที่ดูแลเครื่องได้เวลาขึ้นมา service และให้คำแนะนำต่างๆ พี่วิชาประธานบริษัทฯ เลยให้โอกาสผมขึ้นมาสังเกตการณ์บ้างเผื่อจะได้ประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ ก็ถือโอกาสขอบคุณพี่วิชาและโรงงานดอยช้างมา ณ ที่นี้ด้วยครับ 


ภาพนี้ถ่ายจากบนเนิน ทำให้เห็นโรงคั่วที่มีปล่องควันหลายปล่องเพราะติดตั้งเครื่องคั่วขนาด 60 กก.ถึง 2 เครื่อง และให้เห็นว่าโรงคั่วอยู่บนดอยท่ามกลางเทือกเขาและสายหมอก


เครื่องคั่วตัวใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีสูงสุด นำมาใช้คั่วกาแฟที่ดีที่สุด จากคนที่ตั้งใจทำกาแฟแบบสุดๆ


หนุ่มๆ กำลังคั่วกาแฟกันครับ ซ้ายสุดนั่นคือ ลีพี คนคั่วกาแฟ คนกลางคือ เอก ที่ปรึกษาคนสำคัญของดอยช้างและที่จับคางอยู่คือเปาโลช่างชาวอิตาเลี่ยน ทั้งหมดกำลังหันหลังให้กับเครื่องคั่ว แต่ที่จ้องกันอยู่นั้นคือหน้าจอคอมพิวเตอร์ซึ่งใช้ควบคุมการคั่วทั้งระบบ


เครื่องวัดสีกาแฟคั่ว สิ่งที่คนคั่วกาแฟหลายคนใฝ่ฝันแม้แต่คนคั่วกาแฟเล็กๆ อย่างผม เมื่อได้เห็นการใช้งานแล้วทำให้เข้าใจเลยว่าเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยพัฒนาฝีมือการคั่วได้ดีมาก เสียแต่ว่าค่าตัวมันแพงเกินกำลังไปหน่อย

คนกลางคือคุณลุงพิก่อ ผู้ร่วมก่อตั้งโรงงานกาแฟดอยช้าง บางคนยังไม่รู้ว่าคุณลุงพิก่อนี่แหละคือคนในโลโก้ของกาแฟดอยช้าง ในภาพนั้นท่านแวะเข้ามาดูในโรงคั่วและให้กำลังใจลูกหลานที่กำลังทำงาน

ผมเดินทางมาดอยช้างครั้งนี้ ได้เห็นระบบการคั่วกาแฟของเครื่องใหม่นี่จนเข้าใจ ทำให้เทียบเคียงกับเครื่องคั่วและวิธีคั่วที่ตัวเองใช้อยู่ได้ มีบางแนวคิดที่น่าสนใจเช่นการตั้งโปรไฟล์การคั่วที่ใช้อุณหภูมิของเมล็ดเป็นสำคัญ ซึ่งปกติตัวผมจะใช้ทั้งอุณหภูมิและเวลาร่วมกัน ได้เห็นแนวคิดในการควบคุมความเร็วรอบของดรัม และการควบคุมลมร้อนและควัน ได้เห็นข้อดีต่างๆ ของการใช้ลมร้อน แทนการใช้ thermal transfer แบบที่ใช้กันมานานเป็นร้อยปีแล้ว ต่างๆ เหล่านี้ทำให้ผมเข้าใจการคั่วกาแฟมากขึ้น และยังตอกย้ำว่าแม้เครื่องจะมีเทคโนโลยีที่สูงมากแต่ก็ยังต้องการความคิดของ “คน” เพื่อเข้าไปควบคุมมันและจุดนี้เองที่ยืนยันว่าคอมพิวเตอร์ยังมิได้ทำให้ศิลปะในการคั่วกาแฟลักษณะนี้ลดลง  งานนี้ผมก็ได้แต่ให้คำแนะนำและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่พอมีอยู่บ้างให้กับ ลีพี  แต่ที่มากกว่าเห็นจะเป็นกำลังใจให้ลีพีมุ่งมั่นตั้งใจหาประสบการณ์การคั่วกาแฟต่อไป อาจต้องใช้เวลาอีกสักนิดแต่เชื่อว่ากาแฟคั่วของดอยช้างที่มีคุณภาพสูงอยู่แล้วจะถูกพัฒนาต่อไปได้อีกมาก 

Posted by vudh at 15:15:03 | Permalink | Comments (1) »

Wednesday, March 5, 2008

สวน กาแฟ ในอินเดีย

กลับจากอินเดียเมื่อกลางเดือนที่แล้วก็ยุ่งมาก กะว่าจะเล่าเรื่องสวนกาแฟจึงได้แต่ผัดไปมาจนถึงวันนี้ครับ สวนที่ผมได้ไปนั้นเป็นสวนกาแฟโรบุสต้าซึ่งอยู่ในเขตที่เรียกว่า Coorg ออกเสียงว่า “คูร์ก” คนอินเดียจะออกเสียงกระดกลิ้นตัว “ร” จนฟังแล้วงงๆ ตอนแรกผมผิดคาดเล็กน้อยเพราะไม่คิดว่าจะถูกพาไปดูสวนโรบุสต้า ต่อเมื่อไปถึงที่นั่นแล้วและได้พบกับคุณเชงกัปปะเจ้าของสวนจึงเข้าใจแล้วว่าที่นี่เป็นสวนระดับพิเศษ และทำกาแฟชั้นพิเศษที่เรียก Specialty จริงๆ กอรปกับช่วงเวลาที่ไปนั้นกระบวนการผลิตของอราบิก้านั้นจบไปแล้ว มาดามมีนอนจึงเลือกให้เราได้มาที่นี่อย่างจงใจ

เป็นที่ทราบกันอยู่บ้างว่ากาแฟโรบุสต้าของอินเดียนั้นมีคุณภาพดีที่สุดในโลก แต่ด้วยความที่กาแฟโรบุสต้าที่ดีมากๆ ในโลกนี้นั้นมีน้อยมากจนทำให้คนในอุตสาหกรรมกาแฟไม่ค่อยคุ้นเคยและไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับโรบุสต้าที่ดีๆ จะหาคนที่มีทักษะการประเมินกาแฟโรบุสต้าที่เก่งยิ่งมีน้อย ผู้เชี่ยวชาญกาแฟชาวอินเดียจึงดูเหมือนจะได้เปรียบในเรื่องนี้  


สภาพที่เห็นโดยทั่วไปในสวนกาแฟ คือต้นพริกไทยถูกปลูกปะปนกันกับต้นกาแฟถ้าสังเกตในภาพจะเห็นใบไม้ที่ต่างกันสองแบบ


เมื่อเก็บผลสุกมาแล้ว คนงานจะต้องแยกผลไม่สุกที่ปะปนมาออกตอนที่อยู่ในสวนนั้นครั้งหนึ่งก่อน เมื่อนำผลเชอรี่กลับมาที่โรงสีจึงต้องมาคัดอีกครั้งหนึ่ง


เครื่องแบบนี้ในบ้านเราจะไม่ค่อยเห็น มันคือเครื่องลอกเมือกหรือที่เรียก demucilager คือลอกเปลือกออกแล้วลอกเมือกต่อเนื่องกันทันที จากนั้นจึงนำไปหมักแห้งเพื่อสลายเมือกที่ตกค้างอีกรอบหนึ่งแล้วจึงล้าง บ้านเราถ้าไม่มีเครื่องนี้ก็ต้องใช้วิธีหมักแห้งหรือหมักเปียกซึ่งต้องใช้เวลาสักหน่อยและต้องหมั่นคอยดูแลมิฉะนั้นจะเกิด over ferment ได้


เป็นโรบุสต้านะครับ แต่ล้างเสียจนสะอาดเหมือนกับที่เราทำกับอราบิก้า สังเกตถาดตากของเขาจะใช้ตาข่ายโลหะ ถ้าเป็นบ้านเรามักใช้ตาข่ายไนลอนซึ่งต้องคอยเปลี่ยนอยู่เสมอ

ส่วนเครื่องนี้ผมเคยเห็นเป็นครั้งแรกในชีวิตครับ มันคือเครื่องคัดกาแฟหรือ color sorting machine ที่คุณเชงกัปปะซื้อซากมาซ่อม หากต้องซื้อใหม่ว่ากันว่าค่าตัวนั้นแพงมากๆ หลักการของเครื่องคือใช้กล้องจับสีเมล็ดกาแฟหากมีสีที่ผิดปกติจะมีหัวฉีดพ่นลมออกมาดีดเมล็ดกาแฟเม็ดนั้นให้กระเด็นออกไป ผมเห็นแล้วยังตะลึงตึงเพราะไม่คิดว่าจะมีใครในโลกนำมาใช้กับกาแฟโรบุสต้าในสวนกาแฟเล็กๆ แบบนี้

ที่ว่าสวนเล็กนั้น เทียบกับสวนอื่นๆ ในอินเดียครับ ของคุณเชงกัปปะคนเดียวนั้นผลิตได้ปีละประมาณ 60 ตัน ในขณะที่เจ้าของสวนกาแฟในอินเดียบางคนถือครองสวนขนาดใหญ่ผลิตได้ปีละหลายพันตัน บางคนเป็นหมื่นเป็นแสนตัน เจ้าของสวนกาแฟในอินเดียส่วนใหญ่ถือเป็นคหบดีหรือเศรษฐีเลยทีเดียว ที่เห็นในภาพด้านบนนั้นเป็นสวนออร์แกนิคที่ได้การรับรองแล้วของคุณเชงกัปปะ ถึงวันนี้เขามีสวนที่เป็นออร์แกนิคแล้วประมาณ 25% และพยายามเพิ่มพื้นที่ขึ้นไปอีก ความแตกต่างที่ผมสัมผัสได้เมื่อเดินในสวนออร์แกนิคคือรกกว่า มีต้นไม้หลากหลายกว่า แอบถามมาดามมีนอนว่ากาแฟออร์แกนิคนั้นดีอย่างไร ท่านว่านอกจากจะปลอดสารเคมีซึ่งไม่ดีกับสุขภาพแล้ว เรื่องรสชาติยังให้ความชัดเจนมากกว่า ที่ภาษาคัปปิ้งเรียกว่ามี clarity ที่สูงกว่า

คุณเชงกัปปะรับสวนนี้มาจากคุณพ่อ และพยายามผลิตกาแฟที่ดีมากออกมาจนเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้วความสำเร็จปรากฎผ่านตราสินค้าที่ชื่อ Butter Cup Bold เป็นเมล็ดกาแฟโรบุสต้าชั้นพิเศษแบบล้างที่อินเดียเรียกว่า robusta parchment ผมทดลองชิมแล้วได้ รสชาติสะอาด บอดี้เต็ม ความสมดุลย์สูง มีความมันสมชื่อ เหมาะสำหรับใช้เบลนด์ในกาแฟเอสเปรสโซ หรือแม้แต่ดื่มตัวเดียว ถือเป็นกาแฟโรบุสต้าระดับ specialty ที่เจ้าของภาคภูมิใจ และขอย้ำว่านี่คือตราสินค้าของเมล็ดกาแฟดิบนะครับ

ผมได้รับแรงบันดาลใจจากเชงกัปปะมาเต็มๆ ด้วยปรัชญาในการทำสวนที่รบกวนธรรมชาติให้น้อยที่สุด ความทุ่มเทและใส่ใจในทุกรายละเอียด การเปิดใจกว้างรับฟังความเห็นต่างๆ เขาสอนผมว่าการทำสวนนั้นต้องพึ่งพาธรรมชาติเช่นฟ้าฝน เราควบคุมสิ่งที่เราพอจะควบคุมได้ แต่ก็ต้องปรับตามสภาพธรรมชาติที่เปลี่ยนไป เราต้องทดลองและค่อยๆ ปรับไปเรื่อยอย่างที่ฝรั่งใช้คำว่า fine tune ทำให้ผมหวนคิดถึงงานคั่วกาแฟของตัวเองซึ่งมีลักษณะเดียวกัน ที่ต้องปรับโน่นนิดปรับนี่หน่อยอยู่เสมอเพื่อให้งานดีขึ้นเรื่อยๆ และดูเหมือนจะไม่มีวันสิ้นสุด มันไม่มีสูตรตายตัว ทำให้เป็นงานที่สนุกท้าทายไม่น่าเบื่อ

เชงกัปปะเล่าให้ผมฟังว่า เคยมีคนถามเขาว่าทำไมเขาต้องทำสิ่งต่างๆ มากมายและดูยุ่งยากถึงขนาดนี้ เพราะใช่ว่าเขาจะได้เงินเพิ่มขึ้นมากนัก

เขาก็ตอบไปเพียงว่า “ฉันทำ…เพราะฉันรักที่จะทำมัน  ก็เท่านั้นเอง”

Posted by vudh at 19:27:28 | Permalink | Comments (4)

Monday, March 3, 2008

Thailand Latte Art Championship 2008

ดังที่เรียนให้ทราบไปบ้างเรื่องการแข่งขันอีกงานหนึ่งที่จัดขึ้นในปีนี้ ทั้งการแข่งขันบาริสต้าชิงแชมป์ประเทศไทยที่จัดต่อเนื่องมาเป็นครั้งที่ 5 แล้ว รวมถึงการแข่งลาเต้อาร์ตซึ่งเป็นรายการต่างหาก และยังถือว่าเป็นเพียงรายการเดี่ยวที่มีอยู่ในขณะนี้

ผมตามเก็บภาพขณะที่คุณหมอพรเพื่อนที่ดีของเราขึ้นแข่งที่เซ็นทรัลเวิร์ลดพลาซ่าเมื่อวันที่ 2 มี.ค. ที่ผ่านมา คุณหมอกลายเป็นตัวแทนอิสสระรายเดียวท่ามกลางน้องๆ จาก chain กาแฟใหญ่ๆ อย่าง S&P และ แบล็คแคนยอน ด้วยความชื่นชมหลงไหลในกาแฟแบบสุดๆ ของคุณหมอทำให้เขากลายเป็นตำนานลาเต้อาร์ทเมืองไทยไปแล้ว

ผลงานส่วนหนึ่งในตอนแข่งรอบแรกจากเครื่องบดและพิชเชอร์คู่ใจ หมดจดงดงามส่งตัวคุณหมอเข้าสู่รอบสุดท้ายต่อไป และทราบล่าสุดว่ายังได้ตำแหน่งรองอันดับสองของรายการ ถือว่าน่ายินดีมากๆ เพราะปีนี้น้องๆ ทุกคนทำได้ดีมากจนน่าชื่นชมและภูมิใจว่าวงการกาแฟเอสเปรสโซเมืองไทยเราก้าวหน้าไปมากจริงๆ

มีควันหลงนิดหน่อยเกี่ยวกับการแข่งของคุณหมอที่ร้อยตะวัน เชิญตามอ่านและร่วมแสดงความยินดีได้นะครับ

Posted by vudh at 17:11:13 | Permalink | Comments (2)

Tuesday, February 26, 2008

Thailand Coffee Tea&Drinks 2008

รายงานข่าวงานกาแฟที่เพิ่งผ่านพ้น สรุปได้กระชับจับความง่ายพร้อมภาพสวยงามที่บางกอกเอสเปรสโซแล็บ ผมเพิ่มเติมให้บ้างอย่างเรื่องของการจัด cupping workshop กับ มาดามมีนอนนั้นผ่านไปด้วยดี มีเสียงตำหนิบ้างเรื่องการจัดการก็ได้แต่เพียงขอโทษเนื่องจากกำลังคนมีน้อยที่มากันนั้นอาสาสมัครมาด้วยใจไม่ได้ค่าตอบแทนอะไร แต่เท่าที่ได้ถามไถ่ส่วนใหญ่ยอมรับว่าได้ข้อมูลและประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ บางส่วนต่อว่าว่าบางช่วงออกจะเร็วไปตามไม่ทัน ก็ให้กำลังใจว่าต้องนำแนวคิดในการชิมกาแฟนี้กลับมาฝึกฝนด้วยตัวเองเพิ่มเติมอย่างสม่ำเสมอครับ ส่วนตัวผมเองต้องใช้เวลาหลายปีแม้จนถึงวันนี้ก็ยังต้องเรียนรู้ในเรื่องการชิมต่อไปอีกแต่มันก็จะชำนาญขึ้นตามลำดับ

การแข่งทำช็อตเอสเปรสโซที่บูธ P&F มีผู้มาร่วมมากเกินคาดคือร่วม 16 ท่าน งานนี้ “นวล” บาริสต้าของเรายังคว้ารางวัลมาได้ เรียกว่าได้รับจ๊อบช่วยงานที่บูธเขาแล้วยังได้รางวัลติดมือกลับมาอีก รายการนี้ถือว่าผู้ร่วมแข่งหลายท่านเป็นระดับเทรนเน่อและหลายท่านเป็นบาริสต้าที่ลงแข่งขันชิงแชมป์ประเทศ ทุกคนได้แสดงเทคนิคการทำช็อตในสไตล์ของตัวเองออกมา ผมแอบถามกรรมการตัดสินแล้วท่านบอกว่าน่าทึ่งมากที่ช็อตเอสเปรสโซที่มาจากกาแฟตัวเดียวกัน เครื่องชงเดียวกัน แต่ผู้ชงต่างกัน ทั้ง 16 ถ้วยนั้นมีรสชาติต่างกันทั้งหมด

ที่กำลังชงอยู่นั้นคือน้อง ศิริพร บาริสต้าจากแบล็กแคนยอนที่ได้รางวัลที่ 2 จากรายการ Best Shot ฯ นี้ ผมแอบถามวิธีคิดในการทำช็อต เธอบอกว่าแค่สังเกตุการไหลของช็อตเท่านั้น ไม่ได้แก้ช็อตจากการชิม การ flush น้ำก็แค่สังเกตุว่าน้ำร้อนที่ค้างอยู่หมดไปก็พอแล้ว แต่ผมสังเกตเทคนิคการโดสและแท้มป์แล้ว ทำได้นิ่มนวลแน่นอนไม่ซับซ้อน แรงแท้มป์ไม่เยอะ ทำให้ได้ข้อคิดที่ต้องกลับมาคิดต่อ

ส่วน Hit or Miss rosetta นั้นก็ได้รับความสนใจล้นหลาม ผมเองได้ไปร่วมด้วยเป็นที่สนุกสนานได้สัมผัส dalla corte ยอดเครื่องชงจากมิลาโน่ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ยอมรับว่าประทับใจในช็อตและความรู้สึกในการใช้งาน

ผลงานของผู้เข้าแข่งขันครับ ดูดูแล้วส่วนใหญ่ต่ำกว่ามาตรฐานที่ปกติแต่ละท่านทำได้ เพราะว่าให้เทได้ครั้งเดียวเท่านั้น และต้องเทต่อหน้าผู้ชมจำนวนมาก นี่คือเสน่ห์ของเกมแบบนี้

งานกาแฟครั้งนี้ส่วนตัวผมถือว่าบรรยากาศเป็นกันเองดีมาก เราได้คุยเรื่องกาแฟกัน ได้กินกาแฟ ดื่มและดื่มอีกเรื่อยๆ  ได้พบปะเพื่อนๆ ในวงการที่ปกติจะไม่ค่อยได้พบกันบ่อยนัก ผมก็หวังแค่ว่างานกาแฟแบบนี้จะช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมโดยรวม ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกันเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาคุณภาพ และหวังว่าจะได้พบกันอีกในงานกาแฟครั้งต่อๆ ไปครับ 

Posted by vudh at 16:03:26 | Permalink | Comments (2)

Thursday, February 21, 2008

งานกาแฟ เทศกาลกาแฟ 2008

เริ่มกันไปแล้วครับงานกาแฟงานแรกของปี หลายคนได้ไปเดินชมแล้วเนื่องจากงานเริ่มในวันหยุดแต่ตัวผมยังไม่ได้ไปเพราะต้องง่วนคั่วกาแฟไม่ได้หยุด เชื่อว่าท่านที่กำลังมองหาอุปกรณ์วัตถุดิบต่างๆ หรือแม้แต่ผู้ที่ชื่นชอบการดื่มกาแฟน่าจะได้ประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย ส่วนท่านใดเพิ่งจะได้ทราบข่าวก็ยังตามหารายละเอียดได้ที่ลิงค์นี้นะครับ

ในปีนี้เนื่องจากจะมีการจัดงานกาแฟมากกว่าหนึ่งงาน จึงมีบางท่านถามมาว่ามันอย่างไรกันแน่ ก็อธิบายสั้นๆ ว่างานที่เริ่มไปแล้วเมื่อวานนี้จัดโดยบริษัทกวินอินเตอร์เทรด ซึ่งปีนี้ถือเป็นปีแรกที่มาจับงานกาแฟแล้วเอาไปผสมกับงานเบเกอรี่และงานแฟรนไชนส์เพื่อเพิ่มกลุ่มเป้าหมายผู้ชมงาน นอกจากนี้ยังร่วมกับสมาคมบาริสต้าไทยที่เพิ่งได้รับสิทธิ์การจัดการแข่งขันบาริสต้าจาก WBC เป็นปีแรกเช่นกัน

ส่วนงานกาแฟอีกงานหนึ่งนั้นหลายท่านคุ้นเคยกว่าเพราะจัดต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว จัดโดยบริษัทร้อยตะวัน 121 ภายใต้ชื่องาน Thailand Coffee&Tea และในปีนี้จะจัดขึ้นประมาณกลางเดือนหน้านี้ภายใต้ชื่อใหม่ว่า Thailand Asian Coffee&Tea 2008 รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่นะครับ  ทราบมาว่างานนี้จะมีการจัดการแข่งขันบาริสต้า และการแข่งขันลาเต้อาร์ตด้วย

ทั้งสองงานนี้เป็นงานแสดงสินค้า จัดขึ้นเพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์และขายสินค้ากัน ซีททูคัพเราเป็นร้านกาแฟและโรงคั่วเล็กๆ ไม่ได้ไปร่วมออกงานกับเขาหรอกครับ ช่วยประชาสัมพันธ์ให้ก็ไม่ได้ค่าโฆษณาอะไร แต่เพราะเชื่อว่าอาจเป็นประโยชน์กับผู้ที่สนใจเรื่องกาแฟอยู่บ้างจึงนำมาเล่าสู่กันฟัง ใครได้ไปแล้วชอบไม่ชอบหรือเห็นอะไรน่าสนใจอย่างไรช่วยทิ้งความเห็นไว้บ้างก็ได้นะครับ

Posted by vudh at 19:12:01 | Permalink | No Comments »

Wednesday, February 13, 2008

cupping session in Bangkok with Sunalini N. Menon

Sunalini Menon เป็น cupper ที่ได้รับความยอมรับนับถืออันดับต้นๆ ในวงการกาแฟระดับสากล ท่านสามารถ google เพื่อหาข้อมูลของเธอได้หากภาษาอังกฤษไม่ใช่อุปสรรค แต่ถ้าอยากได้ภาษาไทยแบบคร่าวๆ กล่าวได้ว่า Menon เป็นหนึ่งในสุภาพสตรีจำนวนน้อยนิดในอุตสาหกรรมกาแฟที่เปี่ยมด้วยพรสวรรค์และความมานะพยายาม ตลอดเวลาเกือบ 40 ปีที่ต้องชิมกาแฟกว่าวันละ 100 ตัวอย่าง บันดาลความสามารถพิเศษจนทำให้กลายเป็นหัวหน้างานควบคุมคุณภาพของ Coffee board of India ตั้งแต่อายุยังน้อย เธอตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งนั้นในปี 1996 เพื่อหาความท้าทายในชีวิตด้วยการก่อตั้ง Coffee Lab ของตัวเองขึ้นมาในเมืองบังกาลอร์ ด้วยความสามารถอย่างแท้จริงรายงานการวิเคราะห์กาแฟของเธอเป็นที่ยอมรับจากลูกค้าระดับใหญ่ยักษ์อย่าง illy cafe หรือ Solberg & Hansen และในปี 2005 รางวัล Lifetime Achievement Award จาก the International Women’s Coffee Alliance Founding Committee ในงานประชุมสมาคมกาแฟพิเศษแห่งสหรัฐฯ ที่  Seattle ก็ตกเป็นของเธอ และเพียงหนึ่งปีหลังจากนั้น coffee lab ของเธอยังได้รับรางวัล The Hidden Treasure Award โดยสมาคมกาแฟพิเศษแห่งยุโรปอีกด้วย

ในปี 2006 Sunalini Menon ได้รับเชิญจากสมาคมบาริสต้าไทยมาเป็นหัวหน้ากรรมการตัดสินการแข่งขันบาริสต้า และเธอยังตอบรับการเป็นวิทยากรในการแนะนำการชิมกาแฟให้กับผู้ประกอบการกาแฟชาวไทยร่วม 30 คน ถือเป็นการรวมตัวของผู้ประกอบการกาแฟไทยอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้ใช้เวลากับ Menon ตลอดทั้งสัปดาห์ทั้งชิมทดสอบกาแฟและการทัศนศึกษาสวนกาแฟโรบุสต้าระดับ specialty สิ่งที่ทำให้สำนึกคือเราจะไม่สามารถพัฒนาคุณภาพกาแฟได้เลยหากเราขาดทักษะในการชิมกาแฟ การชิมกาแฟจะเชื่อมโยงทุกๆ ส่วนในกระบวนกาแฟผลิตกาแฟเข้าไว้ด้วยกันไม่ว่าจะเป็นเมล็ดพันธุ์ กระบวนการผลิตสาร การคั่ว จนถึงการชง เอาง่ายๆ ว่าหากมีกาแฟมาตั้งอยู่ตรงหน้าเรา 2 ตัว เราต้องบอกได้ว่าตัวไหนดีกว่า ดีกว่าอย่างไร ที่ไม่ดีนั้นเกิดจากอะไร ต้องแก้ไขอย่างไร ตัวไหนควรจะมีราคาสูงกว่า หากตอบคำถามเหล่านี้ไม่ได้ ธุรกิจกาแฟที่เราทำอยู่นั้นอาจมีปัญหา
 
ข่าวดีคือในสัปดาห์หน้านี้ Menon ได้ตอบรับคำเชิญของสมาคมบาริสต้าไทยอีกครั้งหนึ่งแล้ว และจะมีการจัด cupping workshop ขึ้นภายในงาน Thailand Coffee Tea&Drinks 2008 รายละเอียดมีอยู่แล้วที่เวบสมาคมบาริสต้าไทย ส่วนตัวผมถือว่าเป็นโอกาสอันดีและคุ้มค่ามากสำหรับผู้ที่อยู่ในวงการกาแฟ แม้เวลาจะมีน้อยแต่เชื่อว่าผู้เข้าร่วมจะได้รับแนวคิดที่เป็นประโยชน์พร้อมทั้งแรงบันดาลใจ โดยเฉพาะหากท่านได้เตรียมตัวและเตรียมคำถามมาก่อน คำแนะนำของผมสำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับการ slurp ควรหาช้อนมาหัดซดกาแฟไว้บ้างครับเพื่อไม่ให้สำลักและได้รสชาติจากการชิมชัดเจน หากเป็นไปได้ควรหากาแฟหลายๆ ตัวมาชิมไว้บ้างจะยิ่งทำให้สามารถเข้าใจได้เร็วขึ้น

น่าเสียดายที่ work shop นี้จัดได้เพียง session เดียวเท่านั้น จึงรับผู้เข้าร่วมได้จำนวนจำกัดมาก ผู้ที่สนใจจริงๆ จึงควรรีบลงทะเบียนได้แล้วครับเพราะอาจเต็มได้ในเวลาอันรวดเร็ว แล้วท่านจะได้ทราบว่าทำไม Sunalini Menon จึงเป็นผู้หนึ่งที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในวงการกาแฟโลก

Posted by vudh at 16:30:44 | Permalink | No Comments »

Tuesday, February 12, 2008

Seat on T.V.

ท่านจะได้เห็นเราเทลาเต้ในจอโทรทัศน์ 8 โมงเช้าของวันที่ 13 นี้ ทางช่องเก้า โมเดิร์นไนน์ ใครตื่นเช้าลองเปิดรับชมกันนะครับ เป็นรายการสดครับ

Posted by vudh at 12:18:58 | Permalink | No Comments »

Monday, February 4, 2008

off to B’lore

ลิ้นคนทำกาแฟก็เหมือนตราชั่ง ใช้ไปนานๆ อาจเพี้ยนต้องนำไปปรับเทียบที่เรียกว่า calibrate ไปบังกาลอร์คราวนี้ผมนำลิ้นตัวเองไปปรับเทียบกับสุนาลินี มีนอน ให้รู้ตัวบ้างว่าที่เราจับเปรี้ยว จับเค็ม จับขมและหวานได้นั้น ยังแม่นยำเชื่อถืออยู่ได้หรือไม่ ที่พิเศษคือครั้งนี้จะได้ไปทัศนศึกษาในสวนกาแฟที่ Coorg ด้วย ว่ากันว่าสวนกาแฟในอินเดียมี agricultural practice ที่ดีอันดับต้นๆ ของโลก ผมก็พลอยตื่นเต้นไปด้วย 

ที่อยากเตือนคือการรับสมัครแข่งขันบาริสต้ากำหนดวันแล้วคือวันที่ 10 ที่จะถึงนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์สมาคมครับ

ลาเต้อาร์ทด้านบนนั้นไม่เกี่ยวกับหัวข้อที่จั่วไว้เลยแค่เอามาฝากไว้ดูเล่นครับ ช่วงนี้ติดต่อผมได้ทางอีเมล์เท่านั้นนะครับ

Posted by vudh at 10:32:24 | Permalink | Comments (1) »