Friday, November 30, 2007

คุณติดกาแฟแค่ไหน

เป็นแบบสอบถามสนุกๆ ครับ ไม่ได้ซีเรียสอะไร สำหรับผมได้คะแนนหรือถือว่าติดกาแฟ 73% ลองตอบกันดูนะครับ เอาแบบสนุกๆ ไม่มีเหตุผลอะไรมาก คลิกที่ภาพเพื่อลิงค์ไปยังแบบสอบถามครับ

Posted by vudh at 14:28:24 | Permalink | No Comments »

Thursday, November 29, 2007

3 ใบอันเก่า

alt : http://www.youtube.com/v/0cJArbv3viQ
เอาของเก่ามาเล่าใหม่ครับ จะเห็นว่า “นวล” บาริสต้าของเรายัง tap อยู่ในการทำ shot ซึ่งปัจจุบันเลิกแล้ว และ 3 ใบที่เห็นตอนนี้สวยขึ้นอีกแต่ยังไม่แน่ไม่นอนต้องรอช่วง “มือขึ้น”

ชมของเก่าไปพลางๆ ก่อนนะครับ

Posted by vudh at 16:58:30 | Permalink | No Comments »

Sunday, November 25, 2007

Lexus cupping session

เสาร์และอาทิตย์ที่เพิ่งผ่านไปนี้ผมได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมที่บริษัทรถยนต์เล็กซัสจัดให้กับลูกค้าที่สนใจเรื่องกาแฟ โดยมีหัวข้อเกี่ยวกับเรื่องความเป็นมา การชิมทดสอบกาแฟ รวมถึงการจัดเตรียมเครื่องดื่มแบบเอสเปรสโซ ผมได้รับมอบหมายจากคุณชาตรี เพื่อนที่ดีของเราจาก Peaberry Ltd. ผู้ดำเนินกิจกรรมนี้ให้ช่วยในส่วนของการนำชิม งานนี้จัดขึ้นที่ Lexus club อาคารเอ็มไทย ออลซีซั่นเพลส ถนนวิทยุ แบ่งเป็นวันละ 2 sessions รวม 2 วัน 4 sessions ผู้เข้าอบรมทั้งสิ้นร่วม 50 ท่าน ผ่านพ้นไปอย่างสนุกสนานและได้ความรู้ ถือเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก


กาแฟที่นำมาใช้ถือว่าเป็นระดับอ๋องทั้งนั้นครับ อย่างเช่น เอธิโอเปียเยอร์กาเชฟ  เยเมนอิสเมลี จาไมก้าบลูเม้าท์เท่น และที่เป็นไฮไลท์คือโกปิล๊วกหรือ กาแฟขี้ชะมดอันโด่งดังจากอินโดนีเซีย เมล็ดกาแฟเหล่านี้คุณชาตรีได้คัดมาจากเทรดเดอร์ชั้นนำและนำมาคั่วด้วยตัวเอง ผมสรุปรสชาติคร่าวๆ ที่ได้จากการคัปปิ้งใน session ต่างๆ ดังนี้นะครับ
1. เอธิโอเปียเยอร์กาเชฟ    sweet aroma subtle with lemon and jusmine like , round and pleasant acidity , medium in body
2. เยเมนอิสเมลี               complex aroma with choccolate overtone and hint of spice and tobacco , sweet smooth and heavy in body
3. จาไมก้าบลูเม่าท์เท่น   sweet aroma with almond note , mellow mild and very good balance , creamy 
4. โกปิล๊วก(อราบิก้า)       complex aroma with some caramel note, hint of orange and tobacco , mellow mild and very sweet , creamy and long lasting aftertaste 

ถือว่าเป็นระดับสุดยอดทั้งนั้น เมื่อถามผู้เข้าร่วมหลายท่านจะชื่นชอบต่างกันไป แต่ดูเหมือนว่าในวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันที่ 2 นี้ โกปิล๊วกได้พัฒนารสชาติของตัวเองขึ้นมาดีมาก และชนะใจผู้ร่วมชิมเกือบทุกคน เรียกว่าสมราคาและความหายากของมัน

แต่นอกจากเราจะชิมกันแบบ steeping แล้วยังทดลองดื่มเป็นเอสเปรสโซด้วย เราเลือกใช้ เยเมนตัวเดียวกันกับที่ชิมในช่วงก่อนหน้ามาทำแบบ single origin ผลลัพธ์ที่ได้ถือว่ายอดเยี่ยมเหนือกว่ากาแฟเบลนด์ดังๆ หลายเบลนด์ ด้วยบอดี้ที่หนักแน่น กลิ่นรสช็อคโกแล้ตชัดให้โทนของม่อคค่าจนทุกคนสัมผัสได้ง่ายๆ มีความซับซ้อนของกลิ่นรส อซิดิตี้ไม่สูง ไม่คม แต่กลมกล่อม จบด้วยความขมอมหวานแบบช็อคโกแล้ตติดช่องปากยาวนาน


เมื่อหมดช่วงของการชิมแล้วจึงต่อด้วยการสาธิตการทำเครื่องดื่มเอสเปรสโซ โดยงานนี้เรามีศัลยแพทย์ผู้ตกหลุมรักกาแฟอย่างคุณหมอพร นริศชาติมาจับแท้มเปอร์ขยับข้อมือโชว์การรินลาเต้อาร์ต ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก


เป็นไงครับ ยิ่งคนดูมากยิ่งสวย หลายคนตะลึงงันแทบไม่เชื่อว่าภาพที่เห็นแค่มาจากการรินนมลงในกาแฟเท่านั้น
เอามาเล่าให้ฟังคร่าวๆ ก่อนครับกันลืม คาดว่าภาพสวยๆ และรายละเอียดที่มากกว่านี้คุณชาตรีผู้เป็นเจ้าของโครงการจะมาเล่าให้ฟังอีก ติดตามอ่านได้ที่ เอสเปรสโซเฟรนด์ดอทคอมนะครับ

Posted by vudh at 16:20:17 | Permalink | No Comments »

Wednesday, November 21, 2007

seat naked shot

alt : http://www.youtube.com/v/xGmaGEHSKQw&rel=1
ทดลองฝังวิดิโอดูครับ จากยูทูบนี่เหมือนกับว่าบางครั้งภาพก็ไม่ขึ้น หากผลการรับชมเป็นอย่างไรช่วยบอกด้วยนะครับ
Posted by vudh at 18:51:43 | Permalink | No Comments »

Saturday, November 17, 2007

ใครดื่มกาแฟบ้าง

ไม่ได้เป็นงานวิจัยจากที่ไหนหรอกครับ ผมเพียงแค่คิดขึ้นมาเอง มั่วขึ้นมาล้วนๆ เพื่อลองวิเคราะห์ดูบ้างว่า Seat2Cup กำลังทำอะไรอยู่ ความจริงตัวเลขทำนองนี้หากมีหน่วยงานใดได้ทำวิจัยขึ้นมาบ้างคงเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมไม่มากก็น้อย

ผมแบ่งกลุ่มผู้ดื่มกาแฟในบ้านเราอย่างง่ายๆ เป็น 4 กลุ่ม ดังนี้
1. ดื่มเป็นขนม กลุ่มนี้ผมกะเอาว่าน่าจะมีประมาณ 55% ของผู้ดื่มกาแฟทั้งหมด โดยมากจะดื่มเป็นกาแฟเย็นแบบไทยแต่คนจีนชงให้ดื่มมาเป็นร้อยๆ ปีแล้ว กาแฟใส่นมข้นหวาน ให้รสชาติเข้มข้นหวานมัน เป็นที่คุ้นเคยถูกอกถูกใจกันไปทั่ว ผู้ดื่มต้องการรสเข้มขมจากการคั่วกาแฟเข้มๆ และสร้างความกลมกล่อมด้วยรสหวานมันจากนมข้น ผู้ดื่มไม่ได้ต้องการ “รสชาติกาแฟ” จริงๆ แต่ต้องการรสชาติอย่างนั้น อย่างที่คุ้นเคยราวกับโดนฝังชิปเป็น memory ที่ไม่สามารถ delete ได้ แต่นอกจากจะเป็นกาแฟเย็นแบบไทย ผมยังรวมถึงการดื่มของคนรุ่นใหม่ๆ ที่นิยมกาแฟใส่นมเยอะๆ และปรุงแต่งกลิ่นด้วยซีรัปรสต่างๆ บางทียังนำไปปั่นกับน้ำแข็งด้วยซ้ำ ทำให้กลุ่มผู้ดื่มกาแฟเป็นขนมนี้มีสัดส่วนมากที่สุดครับ
2. ดื่มเพราะต้องการคาเฟอีน  กลุ่มนี้ผมจะหมายถึงกลุ่มที่ดื่มเพราะต้องการความสดชื่น ต่อสู้กับอาการง่วงเหงาหาวนอน บางคนอาจดื่มจนติดคาเฟอีนคือถ้าไม่ได้ดื่มจะซึมหรือกระสับกระส่าย กลุ่มนี้อาจหมายถึงผู้ที่ทำงานในสำนักงาน หรืองานนั่งโต๊ะนานๆ รวมถึงผู้ที่ต้องขับรถเดินทางเป็นระยะทางยาวไกล หรือแม้แต่คนทั่วไปใช้กาแฟกระตุ้นให้สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ บางคนอาจมีสไตล์การดื่มเป็นขนมดังเช่นกลุ่มแรกที่กล่าวไปแล้ว หรืออาจดื่มเป็นกาแฟกึ่งสำเร็จรูป กาแฟกระป๋องสำเร็จรูป การให้ความสำคัญกับรสชาติอาจมีบ้างแต่ไม่เท่าการรับคาเฟอีนเพื่อกระตุ้นประสาทร่างกาย สัดส่วนที่ให้ไว้คือร้อยละ 40 บางคนอาจเถียงว่าน่าจะมากกว่านี้
3. coffee drinker เมื่อให้สัดส่วนสองกลุ่มแรกไปเกือบหมดแล้ว กลุ่มนี้จึงเหลือเพียง 5% เท่านั้น ตามการสังเกตของผม coffee drinker คือกลุ่มคนที่ดื่มกาแฟเป็นปรกติ คือดื่มเกือบทุกครั้งที่ต้องดื่มอะไรสักอย่าง กลุ่มนี้โดยมากจะเป็นชาวต่างชาติที่มีวัฒนธรรมการดื่มกาแฟเช่นชาวยุโรป อเมริกัน ญี่ปุ่น หากเป็นคนไทยโดยมากจะเป็นคนในวัยทำงานที่คุ้นเคยกับวัฒนธรรมต่างชาติหรืออาจผ่านประสบการณ์ในต่างประเทศมาแล้ว และชื่นชอบกับเสน่ห์แห่งรสชาติกาแฟ คนกลุ่มนี้จะให้ความสำคัญกับรสชาติกาแฟมากกว่า 2 กลุ่มที่กล่าวมา รสชาติที่ว่าเริ่มจะหมายถึง “รสชาติกาแฟ” จริงๆ แล้วนะครับ
4. coffee lover เป็นกลุ่มสุดท้ายครับ และน่าจะมีจำนวนน้อยมากๆ ในสังคมไทย หลายคนยังสับสนสำคัญไม่ถูกนักคิดว่าตัวเองชื่นชอบกาแฟมากแล้ว ดื่มกาแฟมากแล้ว แต่แท้ที่จริงยังไม่อาจถือเป็น coffee lover ได้ เพราะนอกจากจะชื่นชอบการดื่มกาแฟเป็นชีวิตจิตใจและมีความรู้เรื่องกาแฟพอสมควรแล้ว ยังต้องรู้ว่ารสชาติแท้ของกาแฟนั้นเป็นเช่นไร สามารถแยกกาแฟแบบตลาดๆ กับ specialty ออกจากกันได้ รู้และซาบซึ้งถึงรสชาติจากแหล่งปลูกหรือแตรัวของกาแฟได้

เวลาที่ผมมอง Seat2Cup จะพบว่าเรามีลูกค้าทั้ง 4 กลุ่มนี้ปะปนกันมาครับ ลูกค้าบางคนยังมีลักษณะควบของกลุ่มอื่นผสมกัน แต่เนื่องจากร้านของเราอยู่ในทำเลใกล้กับสำนักงาน ดังนั้นแม้ว่ากลุ่มของ coffee drinker จะมีไม่มากในภาพรวม แต่ในสัดส่วนลูกค้าของเรากลับมีปริมาณเกินกว่าครึ่ง หลายคนเป็นลูกค้าประจำเพราะรสชาติไม่ใช่เพราะราคาหรือเหตุผลอื่น สิ่งที่ Seat2Cup พยายามมาโดยตลอดคือทำกาแฟแต่ละถ้วยให้ดีที่สุด และเป็นกาแฟให้มากที่สุด หมายถึงให้กาแฟเป็นกาแฟจริงๆ มีรสชาติของกาแฟจริงๆ ไม่ใช่รสชาติขนม หรือรสชาติจากการคั่ว ดังนั้นหากตุ๊กตาที่ผมอุตส่าห์ปั้นขึ้นมาข้างบนนี้มีเค้าความจริงอยู่บ้าง สิ่งที่ Seat2Cup ควรทำต่อไปคือ พยายามเปิดโอกาสให้ 2 กลุ่มแรกนั้นได้สัมผัสกาแฟจริงๆ มากขึ้น และผันตัวเองมาเป็น 2 กลุ่มหลังในที่สุด ความคาดหวังคือลูกค้าจะซาบซึ้งกับความเป็นกาแฟมากขึ้น มีความสุขจากการดื่มมากขึ้น ในขณะที่ยังจ่ายค่ากาแฟเท่าเดิม

ผมยก Seat2Cup  มาเป็นตุ๊กตาให้ดูครับ จะเห็นว่าเราทำกาแฟกันจริงจังและสามารถอยู่รอดในเชิงธุรกิจได้เพราะทำเล หากทำเลที่ว่ายังมีมิติมากกว่าแค่ปริมาณคนแต่ยังหมายถึงกลุ่มเป้าหมายที่สอดคล้องกับแนวทางในการทำกาแฟของเราด้วย อาจเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ที่สนใจธุรกิจนี้อยู่บ้างหากมีความเห็นด้วยเห็นแย้งหรือข้อมูลเพิ่มเติมอย่างไรผมขอบคุณล่วงหน้าสำหรับ comment นะครับ และสำหรับลูกค้าของเราท่านยังอาจเริ่มถามตัวเองว่าทุกวันนี้ท่านดื่มอย่างไร น่าจะเข้าข่ายกลุ่มไหน จะกลุ่มไหนก็ไม่มีความผิดทั้งนั้นล่ะครับ ตราบที่ท่านจ่ายค่ากาแฟถูกต้อง แต่หากอยากสัมผัสรสกาแฟให้มากขึ้นเรียนเชิญสอบถาม barista ของท่านที่ Seat2Cup ได้ตลอดเวลาครับ

Posted by vudh at 16:11:03 | Permalink | No Comments »

Sunday, November 11, 2007

1 ปีที่ชาญอิสสระ 2

ครบรอบไปเมื่อวันที่ 9 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีที่สนุก ท้าทาย แม้จะเหนื่อยบ้างแต่ก็คุ้มค่าด้วยการตอบรับที่มากขึ้นเรื่อยๆ สวนทางกับกระแสเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยดีนัก ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้การสนับสนุนมาโดยตลอดครับ รวมถึงกำลังใจและคำแนะนำทีมีประโยชน์ พวกเราที่ซีททูคัพรู้สึกซาบซึ้งและจะมุ่งมั่นให้บริการอย่างเต็มกำลังต่อไป ขอบคุณครับ

 

Posted by vudh at 16:44:36 | Permalink | Comments (5)

Thursday, November 8, 2007

Barista Championship 2008

การแข่งขันบาริสต้าในประเทศใกล้เข้ามาแล้วครับ และเป็นไปได้ว่าในปีถัดไปนี้จะมีการแข่งขันมากกว่า 1 รายการ หนึ่งในนั้นจะเป็นงานที่จัดโดยสมาคมบาริสต้าไทยซึ่งเป็น national body ของ WBC (World Barista Championship) นั่นหมายความว่าบาริสต้าผู้ชนะการแข่งขันจากรายการนี้จะมีสิทธิ์เป็นผู้แทนบาริสต้าชาวไทยไปแข่งขันในรายการ WBC หรือการแข่งขันบาริสต้าโลกปี 2008 ที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ในเดือนมิถุนายน ผมยังไม่ทราบแน่ชัดครับว่าการแข่งขันในประเทศครั้งนี้จะใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่าอย่างไร และจะมีการรับสมัครหรือรายละเอียดต่างๆ ออกมาเมื่อไหร่อย่างไร ทราบแต่เพียงว่าการแข่งขันครั้งนี้จะจัดขึ้นภายในงาน Thailand Coffee ,Tea&Drinks 2008 ระหว่างวันที่ 21-24 กุมภาพันธ์ 2551 โดย บริษัทกวินอินเตอร์เทรด ซึ่งน่าจะมีการประชาสัมพันธ์อย่างจริงจังออกมาเร็วๆ นี้

ผมรีบมาบอกกล่าวเท่าที่ทราบเนื่องเพราะอยากให้หลายๆ คนที่สนใจได้เตรียมตัวกันตั้งแต่เนิ่นๆ ครับ ข่าวสารจากทางสมาคมเองยังติดขัด website ยังอยู่ระหว่างปรับปรุง ในขณะที่เวลาเหลือไม่มากแล้ว และอยากบอกว่ามาตรฐานของบาริสต้าที่แข่งขันในระดับโลกหรือแม้แต่ในประเทศนั้นสูงขึ้นมาก หากไม่มีการเตรียมตัวที่ดีแล้วคงยากที่จะผ่านแม้แต่รอบแรก พร้อมกันนี้จึงอยากเชิญชวนเพื่อนบาริสต้าจากร้านกาแฟเล็กๆ ได้ร่วมการแข่งขันให้มากขึ้นด้วยเนื่องจากที่ผ่านมาผู้เข้าแข่งขันมักมาจาก Chain กาแฟขนาดใหญ่ทำให้การแข่งขันขาดสีสันไป

ในส่วนของ Seat2Cup เอง เราได้เริ่มเตรียมตัวบ้างแล้วครับ และหวังว่าจะได้รับประสบการณ์ดีๆ เหมือนกับหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา และสามารถนำประสบการณ์นี้มาปรับใช้ในบาร์ของเราเองเพื่อมอบมาตรฐานการบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของเราทุกคน

Posted by vudh at 18:56:19 | Permalink | Comments (2)

Wednesday, November 7, 2007

new template

ว่าจะย้ายหาบ้านใหม่ แต่ก็ขี้เกียจเกินไปครับ เลยลองดูเทมเพลตที่มี header ใหญ่ขึ้น จะได้ใส่รูปได้ถนัดหน่อย สำหรับรูปประเดิมเทมเพลตใหม่เป็นรูปบูทของ reneka ในงาน host 2007 ที่จัดขึ้นที่ Milan เมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา งานนี้จัดกันปีเว้นปี ถือเป็นงานเครื่องมืออุปกรณ์เกี่ยวกับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ยักษ์ระดับโลก Patrick Zimmerman เจ้าของโรงงาน reneka เพื่อนที่ดีของเราได้กรุณาส่งรูปมาให้ดูกัน ในงานนี้ reneka ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่บางตัวที่จะเริ่มออกจำหน่ายเร็วๆ นี้ สามารถติดตามข่าวได้จาก P&F COFFEE ผู้นำเข้า reneka ในประเทศไทยได้นะครับ 

Posted by vudh at 07:18:28 | Permalink | Comments (3)

Monday, November 5, 2007

AeroPress ที่ซีททูคัพ

นวตกรรมด้านการชงกาแฟแห่งปีหลายคนมอบให้ Clover สุดยอดเครื่องชงกาแฟที่โด่งดังสุดๆ ในสหรัฐฯ แต่ส่วนตัวผมมอบให้กับสิ่งประดิษฐ์ที่ตาม Clover มาติดๆ ได้แก่ AeroPress ที่สนนราคาถูกกว่าหลายร้อยเท่าจนใครๆ ก็สามารถมีไว้ใช้สอยได้ วิธีการใช้และการทำความสะอาดแสนง่ายดาย ถือเป็นสิ่งที่จะทำให้ french press อาจกลายเป็นประวัติศาสตร์ไปในไม่ช้าไม่นานนี้ จุดเด่นนอกจากความง่ายในการใช้ การทำความสะอาด และราคาที่ถูกแล้ว รสชาติกาแฟที่ได้จาก AeroPress ยังจัดว่าอัศจรรย์ คือสะอาดเต็มรสอย่างที่ยากจะหาได้จากวิธีการชงแบบอื่นๆ ว่ากันว่า กาแฟจาก AeroPress นั้นแทบไม่ต่างจากเครื่อง Clover ราคาหลายแสนบาทมากนัก

หมดเวลาคุยโม้แล้วครับ ท่านสามารถทดสอบประสิทธิภาพและสร้างประสบการณ์กาแฟกับ AeroPress ได้แล้ววันนี้ที่ Seat2Cup Coffee สาขาอาคารชาญอิสสระทุกวัน จันทร์ ถึง เสาร์ ครับ

Posted by vudh at 17:19:25 | Permalink | No Comments »

Friday, November 2, 2007

Coffee t&i

เพิ่งได้เห็นโฉมหน้าโดยบังเอิญวันนี้ครับสำหรับ Coffee t&i ฉบับปฐมฤกษ์ ถือเป็นความสำเร็จอีกขั้นของคุณธนเดช บรรณาธิการ และทีม K2 หลังจากเป็นผู้นำในการเปิดศักราชแห่งกาแฟชั้นพิเศษหรือ specialty coffee (house) ในเมืองไทยด้วยการจำหน่ายเครื่องเอสเปรสโซระดับมืออาชีพ และการ training การทำเครื่องดื่มเอสเปรสโซอย่างเป็นระบบ จากนั้นจึงเผยแพร่ความรู้ข่าวสารของวงการ specialty coffee ทั้งในและต่างประเทศผ่านนิตยสารเล็กๆ นาม coffee talk และได้กลายมาเป็นนิตยสารราย 2 เดือนชื่อ Coffee t&i ในที่สุด ผมอ่านผ่านๆ ภายในเล่มประกอบด้วยบทความและข่าวสารที่น่าสนใจ เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่อยู่ในธุรกิจ ถือเป็นการกระตุ้นอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มระดับกูร์เมต์ในประเทศให้ขยายตัวทางหนึ่ง และด้วยความที่เป็นนิตยาสาร 2 ภาษา จึงน่าจะช่วยให้ฝีมือในด้านนี้ของคนไทยเราเป็นที่รู้จักในระดับสากลด้วย

ใน Coffee t&i ฉบับต่อๆ ไป นอกจากเนื้อหาที่อัดแน่นแล้วผมยังหวังว่าจะได้เห็นหน้าโฆษณาของธุรกิจที่เกี่ยวข้องที่หลากหลายขึ้น เพราะอาจเป็นส่วนหนึ่งที่สะท้อนถึงแรงสนับสนุนและแสดงความเป็นนิตยาสารของวงการอย่างแท้จริง

 
ขอแสดงความยินดีด้วยครับ

Posted by vudh at 17:02:30 | Permalink | No Comments »