คุณติดกาแฟแค่ไหน
เป็นแบบสอบถามสนุกๆ ครับ ไม่ได้ซีเรียสอะไร สำหรับผมได้คะแนนหรือถือว่าติดกาแฟ 73% ลองตอบกันดูนะครับ เอาแบบสนุกๆ ไม่มีเหตุผลอะไรมาก คลิกที่ภาพเพื่อลิงค์ไปยังแบบสอบถามครับ
เป็นแบบสอบถามสนุกๆ ครับ ไม่ได้ซีเรียสอะไร สำหรับผมได้คะแนนหรือถือว่าติดกาแฟ 73% ลองตอบกันดูนะครับ เอาแบบสนุกๆ ไม่มีเหตุผลอะไรมาก คลิกที่ภาพเพื่อลิงค์ไปยังแบบสอบถามครับ
ชมของเก่าไปพลางๆ ก่อนนะครับ
เสาร์และอาทิตย์ที่เพิ่งผ่านไปนี้ผมได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมที่บริษัทรถยนต์เล็กซัสจัดให้กับลูกค้าที่สนใจเรื่องกาแฟ โดยมีหัวข้อเกี่ยวกับเรื่องความเป็นมา การชิมทดสอบกาแฟ รวมถึงการจัดเตรียมเครื่องดื่มแบบเอสเปรสโซ ผมได้รับมอบหมายจากคุณชาตรี เพื่อนที่ดีของเราจาก Peaberry Ltd. ผู้ดำเนินกิจกรรมนี้ให้ช่วยในส่วนของการนำชิม งานนี้จัดขึ้นที่ Lexus club อาคารเอ็มไทย ออลซีซั่นเพลส ถนนวิทยุ แบ่งเป็นวันละ 2 sessions รวม 2 วัน 4 sessions ผู้เข้าอบรมทั้งสิ้นร่วม 50 ท่าน ผ่านพ้นไปอย่างสนุกสนานและได้ความรู้ ถือเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก

กาแฟที่นำมาใช้ถือว่าเป็นระดับอ๋องทั้งนั้นครับ อย่างเช่น เอธิโอเปียเยอร์กาเชฟ เยเมนอิสเมลี จาไมก้าบลูเม้าท์เท่น และที่เป็นไฮไลท์คือโกปิล๊วกหรือ กาแฟขี้ชะมดอันโด่งดังจากอินโดนีเซีย เมล็ดกาแฟเหล่านี้คุณชาตรีได้คัดมาจากเทรดเดอร์ชั้นนำและนำมาคั่วด้วยตัวเอง ผมสรุปรสชาติคร่าวๆ ที่ได้จากการคัปปิ้งใน session ต่างๆ ดังนี้นะครับ
1. เอธิโอเปียเยอร์กาเชฟ sweet aroma subtle with lemon and jusmine like , round and pleasant acidity , medium in body
2. เยเมนอิสเมลี complex aroma with choccolate overtone and hint of spice and tobacco , sweet smooth and heavy in body
3. จาไมก้าบลูเม่าท์เท่น sweet aroma with almond note , mellow mild and very good balance , creamy
4. โกปิล๊วก(อราบิก้า) complex aroma with some caramel note, hint of orange and tobacco , mellow mild and very sweet , creamy and long lasting aftertaste
ถือว่าเป็นระดับสุดยอดทั้งนั้น เมื่อถามผู้เข้าร่วมหลายท่านจะชื่นชอบต่างกันไป แต่ดูเหมือนว่าในวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันที่ 2 นี้ โกปิล๊วกได้พัฒนารสชาติของตัวเองขึ้นมาดีมาก และชนะใจผู้ร่วมชิมเกือบทุกคน เรียกว่าสมราคาและความหายากของมัน
แต่นอกจากเราจะชิมกันแบบ steeping แล้วยังทดลองดื่มเป็นเอสเปรสโซด้วย เราเลือกใช้ เยเมนตัวเดียวกันกับที่ชิมในช่วงก่อนหน้ามาทำแบบ single origin ผลลัพธ์ที่ได้ถือว่ายอดเยี่ยมเหนือกว่ากาแฟเบลนด์ดังๆ หลายเบลนด์ ด้วยบอดี้ที่หนักแน่น กลิ่นรสช็อคโกแล้ตชัดให้โทนของม่อคค่าจนทุกคนสัมผัสได้ง่ายๆ มีความซับซ้อนของกลิ่นรส อซิดิตี้ไม่สูง ไม่คม แต่กลมกล่อม จบด้วยความขมอมหวานแบบช็อคโกแล้ตติดช่องปากยาวนาน

เมื่อหมดช่วงของการชิมแล้วจึงต่อด้วยการสาธิตการทำเครื่องดื่มเอสเปรสโซ โดยงานนี้เรามีศัลยแพทย์ผู้ตกหลุมรักกาแฟอย่างคุณหมอพร นริศชาติมาจับแท้มเปอร์ขยับข้อมือโชว์การรินลาเต้อาร์ต ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก

เป็นไงครับ ยิ่งคนดูมากยิ่งสวย หลายคนตะลึงงันแทบไม่เชื่อว่าภาพที่เห็นแค่มาจากการรินนมลงในกาแฟเท่านั้น
เอามาเล่าให้ฟังคร่าวๆ ก่อนครับกันลืม คาดว่าภาพสวยๆ และรายละเอียดที่มากกว่านี้คุณชาตรีผู้เป็นเจ้าของโครงการจะมาเล่าให้ฟังอีก ติดตามอ่านได้ที่ เอสเปรสโซเฟรนด์ดอทคอมนะครับ

ผมแบ่งกลุ่มผู้ดื่มกาแฟในบ้านเราอย่างง่ายๆ เป็น 4 กลุ่ม ดังนี้
1. ดื่มเป็นขนม กลุ่มนี้ผมกะเอาว่าน่าจะมีประมาณ 55% ของผู้ดื่มกาแฟทั้งหมด โดยมากจะดื่มเป็นกาแฟเย็นแบบไทยแต่คนจีนชงให้ดื่มมาเป็นร้อยๆ ปีแล้ว กาแฟใส่นมข้นหวาน ให้รสชาติเข้มข้นหวานมัน เป็นที่คุ้นเคยถูกอกถูกใจกันไปทั่ว ผู้ดื่มต้องการรสเข้มขมจากการคั่วกาแฟเข้มๆ และสร้างความกลมกล่อมด้วยรสหวานมันจากนมข้น ผู้ดื่มไม่ได้ต้องการ “รสชาติกาแฟ” จริงๆ แต่ต้องการรสชาติอย่างนั้น อย่างที่คุ้นเคยราวกับโดนฝังชิปเป็น memory ที่ไม่สามารถ delete ได้ แต่นอกจากจะเป็นกาแฟเย็นแบบไทย ผมยังรวมถึงการดื่มของคนรุ่นใหม่ๆ ที่นิยมกาแฟใส่นมเยอะๆ และปรุงแต่งกลิ่นด้วยซีรัปรสต่างๆ บางทียังนำไปปั่นกับน้ำแข็งด้วยซ้ำ ทำให้กลุ่มผู้ดื่มกาแฟเป็นขนมนี้มีสัดส่วนมากที่สุดครับ
2. ดื่มเพราะต้องการคาเฟอีน กลุ่มนี้ผมจะหมายถึงกลุ่มที่ดื่มเพราะต้องการความสดชื่น ต่อสู้กับอาการง่วงเหงาหาวนอน บางคนอาจดื่มจนติดคาเฟอีนคือถ้าไม่ได้ดื่มจะซึมหรือกระสับกระส่าย กลุ่มนี้อาจหมายถึงผู้ที่ทำงานในสำนักงาน หรืองานนั่งโต๊ะนานๆ รวมถึงผู้ที่ต้องขับรถเดินทางเป็นระยะทางยาวไกล หรือแม้แต่คนทั่วไปใช้กาแฟกระตุ้นให้สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ บางคนอาจมีสไตล์การดื่มเป็นขนมดังเช่นกลุ่มแรกที่กล่าวไปแล้ว หรืออาจดื่มเป็นกาแฟกึ่งสำเร็จรูป กาแฟกระป๋องสำเร็จรูป การให้ความสำคัญกับรสชาติอาจมีบ้างแต่ไม่เท่าการรับคาเฟอีนเพื่อกระตุ้นประสาทร่างกาย สัดส่วนที่ให้ไว้คือร้อยละ 40 บางคนอาจเถียงว่าน่าจะมากกว่านี้
3. coffee drinker เมื่อให้สัดส่วนสองกลุ่มแรกไปเกือบหมดแล้ว กลุ่มนี้จึงเหลือเพียง 5% เท่านั้น ตามการสังเกตของผม coffee drinker คือกลุ่มคนที่ดื่มกาแฟเป็นปรกติ คือดื่มเกือบทุกครั้งที่ต้องดื่มอะไรสักอย่าง กลุ่มนี้โดยมากจะเป็นชาวต่างชาติที่มีวัฒนธรรมการดื่มกาแฟเช่นชาวยุโรป อเมริกัน ญี่ปุ่น หากเป็นคนไทยโดยมากจะเป็นคนในวัยทำงานที่คุ้นเคยกับวัฒนธรรมต่างชาติหรืออาจผ่านประสบการณ์ในต่างประเทศมาแล้ว และชื่นชอบกับเสน่ห์แห่งรสชาติกาแฟ คนกลุ่มนี้จะให้ความสำคัญกับรสชาติกาแฟมากกว่า 2 กลุ่มที่กล่าวมา รสชาติที่ว่าเริ่มจะหมายถึง “รสชาติกาแฟ” จริงๆ แล้วนะครับ
4. coffee lover เป็นกลุ่มสุดท้ายครับ และน่าจะมีจำนวนน้อยมากๆ ในสังคมไทย หลายคนยังสับสนสำคัญไม่ถูกนักคิดว่าตัวเองชื่นชอบกาแฟมากแล้ว ดื่มกาแฟมากแล้ว แต่แท้ที่จริงยังไม่อาจถือเป็น coffee lover ได้ เพราะนอกจากจะชื่นชอบการดื่มกาแฟเป็นชีวิตจิตใจและมีความรู้เรื่องกาแฟพอสมควรแล้ว ยังต้องรู้ว่ารสชาติแท้ของกาแฟนั้นเป็นเช่นไร สามารถแยกกาแฟแบบตลาดๆ กับ specialty ออกจากกันได้ รู้และซาบซึ้งถึงรสชาติจากแหล่งปลูกหรือแตรัวของกาแฟได้
เวลาที่ผมมอง Seat2Cup จะพบว่าเรามีลูกค้าทั้ง 4 กลุ่มนี้ปะปนกันมาครับ ลูกค้าบางคนยังมีลักษณะควบของกลุ่มอื่นผสมกัน แต่เนื่องจากร้านของเราอยู่ในทำเลใกล้กับสำนักงาน ดังนั้นแม้ว่ากลุ่มของ coffee drinker จะมีไม่มากในภาพรวม แต่ในสัดส่วนลูกค้าของเรากลับมีปริมาณเกินกว่าครึ่ง หลายคนเป็นลูกค้าประจำเพราะรสชาติไม่ใช่เพราะราคาหรือเหตุผลอื่น สิ่งที่ Seat2Cup พยายามมาโดยตลอดคือทำกาแฟแต่ละถ้วยให้ดีที่สุด และเป็นกาแฟให้มากที่สุด หมายถึงให้กาแฟเป็นกาแฟจริงๆ มีรสชาติของกาแฟจริงๆ ไม่ใช่รสชาติขนม หรือรสชาติจากการคั่ว ดังนั้นหากตุ๊กตาที่ผมอุตส่าห์ปั้นขึ้นมาข้างบนนี้มีเค้าความจริงอยู่บ้าง สิ่งที่ Seat2Cup ควรทำต่อไปคือ พยายามเปิดโอกาสให้ 2 กลุ่มแรกนั้นได้สัมผัสกาแฟจริงๆ มากขึ้น และผันตัวเองมาเป็น 2 กลุ่มหลังในที่สุด ความคาดหวังคือลูกค้าจะซาบซึ้งกับความเป็นกาแฟมากขึ้น มีความสุขจากการดื่มมากขึ้น ในขณะที่ยังจ่ายค่ากาแฟเท่าเดิม
ผมยก Seat2Cup มาเป็นตุ๊กตาให้ดูครับ จะเห็นว่าเราทำกาแฟกันจริงจังและสามารถอยู่รอดในเชิงธุรกิจได้เพราะทำเล หากทำเลที่ว่ายังมีมิติมากกว่าแค่ปริมาณคนแต่ยังหมายถึงกลุ่มเป้าหมายที่สอดคล้องกับแนวทางในการทำกาแฟของเราด้วย อาจเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ที่สนใจธุรกิจนี้อยู่บ้างหากมีความเห็นด้วยเห็นแย้งหรือข้อมูลเพิ่มเติมอย่างไรผมขอบคุณล่วงหน้าสำหรับ comment นะครับ และสำหรับลูกค้าของเราท่านยังอาจเริ่มถามตัวเองว่าทุกวันนี้ท่านดื่มอย่างไร น่าจะเข้าข่ายกลุ่มไหน จะกลุ่มไหนก็ไม่มีความผิดทั้งนั้นล่ะครับ ตราบที่ท่านจ่ายค่ากาแฟถูกต้อง แต่หากอยากสัมผัสรสกาแฟให้มากขึ้นเรียนเชิญสอบถาม barista ของท่านที่ Seat2Cup ได้ตลอดเวลาครับ
ผมรีบมาบอกกล่าวเท่าที่ทราบเนื่องเพราะอยากให้หลายๆ คนที่สนใจได้เตรียมตัวกันตั้งแต่เนิ่นๆ ครับ ข่าวสารจากทางสมาคมเองยังติดขัด website ยังอยู่ระหว่างปรับปรุง ในขณะที่เวลาเหลือไม่มากแล้ว และอยากบอกว่ามาตรฐานของบาริสต้าที่แข่งขันในระดับโลกหรือแม้แต่ในประเทศนั้นสูงขึ้นมาก หากไม่มีการเตรียมตัวที่ดีแล้วคงยากที่จะผ่านแม้แต่รอบแรก พร้อมกันนี้จึงอยากเชิญชวนเพื่อนบาริสต้าจากร้านกาแฟเล็กๆ ได้ร่วมการแข่งขันให้มากขึ้นด้วยเนื่องจากที่ผ่านมาผู้เข้าแข่งขันมักมาจาก Chain กาแฟขนาดใหญ่ทำให้การแข่งขันขาดสีสันไป
ในส่วนของ Seat2Cup เอง เราได้เริ่มเตรียมตัวบ้างแล้วครับ และหวังว่าจะได้รับประสบการณ์ดีๆ เหมือนกับหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา และสามารถนำประสบการณ์นี้มาปรับใช้ในบาร์ของเราเองเพื่อมอบมาตรฐานการบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของเราทุกคน

ว่าจะย้ายหาบ้านใหม่ แต่ก็ขี้เกียจเกินไปครับ เลยลองดูเทมเพลตที่มี header ใหญ่ขึ้น จะได้ใส่รูปได้ถนัดหน่อย สำหรับรูปประเดิมเทมเพลตใหม่เป็นรูปบูทของ reneka ในงาน host 2007 ที่จัดขึ้นที่ Milan เมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา งานนี้จัดกันปีเว้นปี ถือเป็นงานเครื่องมืออุปกรณ์เกี่ยวกับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ยักษ์ระดับโลก Patrick Zimmerman เจ้าของโรงงาน reneka เพื่อนที่ดีของเราได้กรุณาส่งรูปมาให้ดูกัน ในงานนี้ reneka ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่บางตัวที่จะเริ่มออกจำหน่ายเร็วๆ นี้ สามารถติดตามข่าวได้จาก P&F COFFEE ผู้นำเข้า reneka ในประเทศไทยได้นะครับ

หมดเวลาคุยโม้แล้วครับ ท่านสามารถทดสอบประสิทธิภาพและสร้างประสบการณ์กาแฟกับ AeroPress ได้แล้ววันนี้ที่ Seat2Cup Coffee สาขาอาคารชาญอิสสระทุกวัน จันทร์ ถึง เสาร์ ครับ
ใน Coffee t&i ฉบับต่อๆ ไป นอกจากเนื้อหาที่อัดแน่นแล้วผมยังหวังว่าจะได้เห็นหน้าโฆษณาของธุรกิจที่เกี่ยวข้องที่หลากหลายขึ้น เพราะอาจเป็นส่วนหนึ่งที่สะท้อนถึงแรงสนับสนุนและแสดงความเป็นนิตยาสารของวงการอย่างแท้จริง
ขอแสดงความยินดีด้วยครับ