Saturday, December 29, 2007

ปิดท้ายปีนี้ สวัสดีปีใหม่

ด้วยไม่ค่อยจำอะไร หากให้ทบทวนปีนี้ถือว่าการได้เครื่องคั่วตัวใหม่เมื่อต้นปีเป็นเรื่องสำคัญที่สุดสำหรับซีททูคัพ นับเป็นการสร้างความมั่นใจและเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาไปสู่การเป็นโรงคั่วที่มีคุณภาพเชื่อถือได้ ผมยังมีความฝันต่อไปว่า ในปีใหม่นี้และในปีต่อๆ ไป อาชีพคนคั่วกาแฟ หรือความเป็นโรงคั่วกาแฟที่มีคนไทยเป็นคั่ว จะได้รับความยอมรับนับถือมากขึ้นบ้าง หรืออย่างน้อยก็ควรได้รับความนับถือเทียบเคียงกับต้นกาแฟที่เติบโตในแผ่นดินไทยที่หลายคนภูมิใจกัน ความฝันนี้จะเป็นจริงได้คงต้องฝันต่อไปอีกว่าผู้คนในสังคมจะมีความคิดและน้ำใจเปิดกว้างมากขึ้น สามารถทำความเข้าใจและแยกแยะเรื่องต่างๆ ได้บ้าง ในปีใหม่นี้นอกจากผมจะตั้งหน้าตั้งตาฝันต่อไปอย่างไม่ลดละแล้ว ยังจะตั้งใจนำเรื่องที่เป็นประโยชน์มาเล่าไว้ในบล็อคนี้อย่างสม่ำเสมอด้วยเพื่อเป็นการตอบแทนทุกท่านที่เป็นกำลังใจติดตามอ่านมาโดยตลอดและมีแนวโน้มมากขึ้นเรื่อยๆ (จากสถิติใน blog.com)

ทิ้งท้ายกันด้วยข่าวล่าเรื่องการปรับหน้าเวบใหม่ของสมาคมบาริสต้าไทย ที่คุณชาตรีได้เอามาเล่าไว้แล้วที่เอสเปรสโซเฟรนด์ รวมถึงข่าวการแข่งขัน National Thailand Barista Championship 2008 ที่เคยพูดถึง ซึ่งได้เริ่มประชาสัมพันธ์อย่างจริงจังแล้ว แต่รายละเอียดยังไม่ละเอียดนัก คาดว่าจะมีการทยอยเพิ่มเติมกันต่อไป ในชั้นนี้อยากให้ช่วยกันประชาสัมพันธ์กันไปพลางก่อน หรืออาจดาวน์โหลดใบสมัครมากรอกไว้ กำหนดการณ์วันตั้งโต๊ะรับสมัครน่าจะไม่ช้าไปกว่าต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่กำลังจะถึง หากมีรายละเอียดที่ละเอียดมากกว่าปัจจุบันนี้ผมจะรีบนำมาบอกกล่าวกันนะครับ

สุดท้ายจึงขอสวัสดีปีใหม่ทุกๆ ท่าน ขอขอบคุณลูกค้าทุกคนที่สนับสนุนและให้กำลังใจมาตลอด ขอบคุณเพื่อนๆ ที่ช่วยให้คำแนะนำในการปรับปรุงงานกาแฟของเรา ขอขอบคุณอีกหลายๆ คนที่ตามอ่านบล็อคนี้มาตลอดทั้งที่เขียนคอมเม้นท์ไว้และอ่านแต่ลำพัง ขอให้ทุกท่านมีปีใหม่ที่ดี มีกำลังกายเข้มแข็ง พร้อมด้วยสติปัญญาที่สามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้

(ร้านเปิดอีกทีวันที่ 2 ม.ค. นะครับ สวัสดีปีใหม่ครับ)

Posted by vudh at 13:07:53 | Permalink | Comments (7)

Sunday, December 23, 2007

Happy Christmas


wish you a very Merry Christmas. May all your holidays be happy and may you have a year blessed with joy, love, and abundance.

from all of us @seat2cup coffee

Posted by vudh at 17:25:04 | Permalink | No Comments »

Thursday, December 20, 2007

open cupping session@zana bean

หากใครบังเอิญหลงเข้ามา และยังไม่รู้ว่าเสาร์นี้เขาจะมีอะไรกันที่กาแฟซานาบีน ก็ขอฝากข่าวข่าวฝากไว้นะครับว่าเขาจะเปิดให้ชิมกาแฟกันแบบไม่มีค่าใช้จ่าย กาแฟที่จัดมาก็ระดับนามอุโฆษทั้งนั้น ถือเป็นโอกาสอันดีสำหรับผู้สนใจกาแฟทั่วไป รายละเอียดช่วยติดตามกันเองที่นี่นะครับ คลิก เสียดายที่ผมไปไม่ได้แต่หวังว่าโอกาสหน้าคงไม่พลาด

Posted by vudh at 19:01:22 | Permalink | Comments (1) »

Wednesday, December 19, 2007

กาแฟ คลื่นลูกที่ 3:3rd wave coffee

พูดไปบ้างแล้วในคอมเม้นท์ของบล็อคเมื่อวันก่อน เลยอยากจะขยายขึ้นไปอีกเผื่อเพื่อนๆ บางคนยังไม่คุ้น ที่ผ่านมาเราอาจเคยได้ยินคำว่า indy cafe ที่สั้นมาจาก independent coffee house มีคนให้ความหมายไว้บ้างแล้ว ตัวผมเองชอบเชื่อมโยงกับศิลปินทำเพลงที่ทำเกือบทุกอย่างด้วยตัวเอง ไม่พึ่งทุน ช่องทางการโฆษณา หรือช่องทางการจัดจำหน่ายจากบริษัทนายทุน เวลาเป็นร้านกาแฟก็น่าจะหมายถึงร้านเล็กที่พึ่งพาตัวเองและเป็นตัวของตัวเองอย่างยิ่งยวด หาก 3rd wave ที่กำลังจะพูดถึงนี้หมายความต่างกันไปแต่เป็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมกาแฟบ้านเรา

ความหมายของ 3rd wave มีพูดกันมาก รวมถึงมีเสียงต่อต้านดูแคลนไม่เห็นด้วย ท่านสามารถค้นหาข้อมูลขยายความให้ละเอียดได้จากกูเกิ้ล ผมเพียงจะเล่าตามความเข้าใจส่วนตัวว่า ได้มีการแบ่งคลื่นลูกใหญ่ในอุตสาหกรรมกาแฟไว้ 3 ลูก ลูกแรกนั้นหมายถึงช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เทคโนโลยีการผลิตกาแฟกึ่งสำเร็จรูปประสบความสำเร็จอย่างมาก ทำให้การบริโภคกาแฟสะดวกง่ายขึ้น ปริมาณการบริโภคกาแฟทั่วโลกจึงสูงกระฉูดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตามมาด้วยคลื่นลูกใหญ่ลูกที่ 2 น่าจะเป็นช่วงไม่ถึง 30 ปีที่ผ่านมานี้ ที่บาร์กาแฟซึ่งเสิร์ฟกาแฟคั่วคุณภาพสูงได้รับความนิยมมากขึ้น การเข้าร้านกาแฟเพื่อพบปะสมาคมกลายเป็นวัฒนธรรมที่แพร่หลายไม่จำกัดแต่สังคมชั้นสูงอีกต่อไป ถือเป็นช่วงที่การบริโภคกาแฟคั่วมีปริมาณสูงขึ้นมาก ปรากฏการณ์ของ starbucks coffee ผมถือรวมอยู่ในคลื่นลูกนี้ด้วย จนมาถึงคลื่นลูกสุดท้ายคือลูกที่ 3 ที่เรียกว่า Third wave มีคนพยายามอธิบายว่า เป็นการบริโภคกาแฟที่คุณภาพสูงแบบสุดๆ คำว่า specialty ถูกเน้นให้เข้มงวดขึ้นไปอีก ผู้ชงถือเป็นทูตของเมล็ดกาแฟแต่ละเมล็ดที่จะนำพาคุณลักษณะอันล้ำเลิศของกาแฟจากแหล่งปลูกมาสู่ถ้วยของผู้ดื่มอย่างไร้ที่ติ กาแฟถูกเปรียบเหมือนไวน์ชั้นเลิศ ที่ต้องประกาศข้อมูลเบื้องหลังเช่นสายพันธุ์ กระบวนการผลิต แหล่งปลูก หรือแม้แต่ชื่อของผู้ปลูกอย่างละเอียดยิบ ข้อถกเถียงที่เกิดขึ้นบ้างก็ว่ามันถึงกับเป็นปรากฎการณ์จนถือเป็น “คลื่น” ลูกหนึ่งเชียวหรือ ทั้งที่ใน 2nd wave เอง เราก็มีกาแฟที่คุณภาพสูงอยู่แล้ว เรื่องนี้ผมขอไม่เถียงด้วยนะครับ

สิ่งที่ผมชอบในคอนเซ็ปท์ของ 3rd wave คือ “ความโปร่งใส” กลุ่มคนพวกนี้มีความลับทางการค้าน้อยมาก เรียกว่ารู้อะไรมาก็จะนำมาแลกเปลี่ยนกันเสมอเพื่อจุดมุ่งหมายในการช่วยกันปรับปรุงพัฒนาคุณภาพให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยิ่งผสมรวมกับเทคโนโลยีอินเทอร์เนตที่เชื่อมคนจากทั่วโลกเข้าไว้ด้วยกันแล้ว คนกาแฟจากยุโรปอเมริกาหรือแม้แต่เอเซียจึงเหมือนอยู่ใกล้กันมากขึ้น เราได้เห็น jim รินนมลงในถ้วยคาปูชิโน่บนเวทีแข่งขันที่โตเกียวแทบจะพร้อมกับคนกาแฟที่ลอนดอน โคเปนเฮเกน หรือซีแอตเติ้ลผ่านเวบไซต์แซคารีแซคารี นอกจากนี้ความโปร่งใสดังกล่าวยังรวมถึงที่มีต่อผู้บริโภคด้วย หากท่านดื่มกาแฟของใครแล้วได้รับทราบเพียงแต่ว่ากาแฟที่ดื่มนั้นมาจาก “ดอยสูงทางภาคเหนือ” ก็ยากที่จะเรียกบาร์กาแฟแบบนี้ว่า 3rd wave

ในปัจจุบันนี้ลักษณะของ 3rd wave ในเมืองไทยผมเชื่อว่าได้เกิดขึ้นบ้างแล้ว อาจจะยังไม่เป็นแบบสุดๆ อย่างที่ในยุโรปหรืออเมริกามี แต่ก็ถือว่ามี และไม่ได้น้อยหน้าฝรั่งมากนัก ผมไม่สนใจในข้อถกเถียงว่า 3rd wave ควรจะถือเป็นคลื่นลูกหนึ่งหรือไม่ หากสาระสำคัญที่น่าจะอยู่ในใจของคนทำกาแฟก็คือการให้ความสำคัญกับคุณภาพให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และต้องเชื่อว่าหากเราดูแลได้ดีแล้ว กาแฟที่ยอดเยี่ยมเหล่านี้จะเป็นผู้ดูแลเราให้อยู่รอดปลอดภัยได้เอง

 

Posted by vudh at 16:49:06 | Permalink | Comments (8)

Saturday, December 15, 2007

October in December

แรงบันดาลที่มีในกาแฟส่งกลิ่นหอมได้ไกลไม่ว่าจากยุโรปถึงอเมริกาหรือเชียงใหม่ถึงกรุงเทพฯ สัปดาห์ก่อนเมื่อเสร็จจากลุยสวนเพื่อดูว่ากาแฟบนดอยสะเก็ดออกผลอย่างไรแล้ว จึงตั้งใจแวะไป october เอสเปรสโซบาร์ใกล้มหาวิทยลัยเชียงใหม่(อยากจะบอกชื่อถนนแต่จำไม่ได้แล้วครับว่าถนนอะไร) เพื่อเยี่ยมเยียนคุณเขมเพื่อนของเราที่เคยแวะเวียนมาให้กำลังใจในบล็อคนี้ และถือโอกาสให้กำลังใจกลับบ้าง

october เป็นร้านกาแฟเล็กๆ แต่ตกแต่งอย่างเรียบร้อย เรียบง่ายมีสไตล์ ผมนั่งซดเอสเปรสโซอยู่หน้าร้านที่ต้อนรับเราด้วยเก้าอี้ตัวเล็กๆ สองตัวพร้อมสิ่งจำเป็นอย่างที่เขี่ยบุหรี่ ที่ข้างถนนนั้นไม่มีอะไรให้ชมมากนอกจากรถราที่ขับไปมา กลิ่นท่อไอเสีย และเสียงเครื่องยนต์ ผมเหนื่อยเหลือเกินแต่ก็ถูกทำให้สดใสขึ้นด้วยกาแฟที่อยู่ในถ้วยพอร์ซเลนเนื้อหนาประทับตรา dalla corte สุดยอดเครื่องชงจากมิลาโน่ แอซิดี้ที่มากล้นและค่อนข้างคม บอดี้ดีแต่ออก muddy เชื่อว่าถ้าใช้น้ำร้อนกว่านี้รสชาติจะกลมกล่อมกลมกลืนขึ้น ส่วนกลิ่นนั้นหอมแรงแต่ก็ไม่เท่ากลิ่นของแรงปรารถนาบันดาลใจที่ลอยฟุ้งเหนือถ้วย เชื่อผมเถอะว่า espresso ที่นี่จะพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ ตราบที่เจ้าของร้านยังไม่หมดรักกาแฟ

เวลาไปเชียงใหม่อาจมีคนถามว่าคุณได้ไปร้านกาแฟไหนมาบ้าง คุณจะไปร้านกาแฟไหนก็ได้ครับ แต่ต่อไปนี้ผมจะถามคนที่ไปเชียงใหม่มาบ้างว่า “แล้วได้ไปดื่มเอสเปรสโซที่ october มาหรือยัง”

 

Posted by vudh at 14:51:20 | Permalink | Comments (4)

Wednesday, December 12, 2007

Photo Album

เนื่องจากเป็นบล็อคฟรีครับจึงมีข้อจำกัดหลายอย่าง สำหรับรูปถ่ายผมจึงเลือกไปเก็บไว้ที่ flickr ซึ่งใช้งานง่ายกว่าและดูภาพได้ง่ายสบายตากว่าแต่ก็เป็นของฟรีเหมือนกัน การจัด set เขาให้ได้เพียง 3 sets เท่านั้น ดังนั้นในระหว่างที่ยังไม่คิดจะทำแบบเสียสตางค์จึงต้องใช้วิธีเปลี่ยน set ไปเรื่อยๆ ตามการใช้งานล่าสุด

สำหรับชุดประเดิมนี้ ผมได้จัดไว้ 2 set ครับ หนึ่งคือชุดภาพจากสวนกาแฟที่ดอยช้าง และอีกหนึ่งคือชุดภาพร้านกาแฟมิ่งมิตรของคุณพาโชคเพื่อนที่ดีของเรา นอกเหนือจาก set ยังมีภาพต่างๆ ที่เพิ่งถ่ายมาจาก trip เชียงรายเชียงใหม่ 2007   คลิกชมที่นี่เลยนะครับ click

สำหรับ side bar ตอนนี้เพิ่ม blog roll เข้ามาเพื่อลิงค์กับบล็อคของเพื่อนๆ บ้าง ส่วนอื่นๆ คงต้องใช้ tag ไปก่อนนะครับเพราะยังไม่สามารถใส่ html ได้ ผมจะพยายามติด tag ให้มากขึ้นเผื่อจะค้นหาอะไรได้ง่ายขึ้นบ้าง ขออภัยในความไม่สะดวกด้วยนะครับ

  Click ชมภาพที่นี่เลย !!

www.flickr.com

This is a Flickr badge showing photos in a set called Mingmitr Coffee (Dec2007). Make your own badge here.

Posted by vudh at 19:57:02 | Permalink | Comments (1) »

Tuesday, December 11, 2007

ฤดูเก็บเกี่ยว กาแฟ 2007

หายไปหลายวันครับด้วยถึงเวลาต้องไปเยี่ยมสวนกาแฟแล้ว เนื่องจากช่วงนี้ของทุกปีเป็นช่วงที่กาแฟทยอยสุกและชาวสวนเริ่มกระบวนการผลิตอีกครั้งหนึ่ง ไม่ใช่เพียงแต่ในประเทศเราเท่านั้น แต่รวมถึงประเทศปลูกกาแฟส่วนใหญ่ทั่วโลกด้วยถือเป็นช่วงเวลาที่คนกาแฟต้องยุ่งที่สุดช่วงหนึ่งของปี ในทริปนี้ผมได้ไปทั้งดอยช้างที่เชียงราย และดอยสะเก็ดที่เชียงใหม่ ไปคราวนี้ได้เจาะดูรายละเอียดในกระบวนการเก็บเกี่ยวและการทำสารมากขึ้น ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกันในฐานะที่เราเป็นคนคั่วกาแฟซึ่งจะต้องสัมผัสเมล็ดกาแฟเกือบทั้งปีปัญหาใหญ่ๆ ในปีที่ผ่านมาเช่นความชื้นที่มากเกินไปจนทำให้เมล็ดบวมและซีด เควกเกอร์ เมล็ดมีแผล ควรจะต้องลดลง ปัญหาหลายอย่างในแหล่งปลูกยังคงยากต่อการแก้ไข เช่นสถานที่ตากไม่เพียงพอ การเก็บเกี่ยวอย่างปราณีตทำได้ยากเนื่องจากต้องจ้างแรงงาน เครื่องจักรที่ใช้เช่นเครื่องลอกเปลือกหรือแม้แต่เครื่องสีของบางบ้านส่วนใหญ่ถูกสร้างมาเพื่อใช้กับกาแฟโรบุสต้าแต่ไม่เหมาะกับการใช้กับอราบิก้าซึ่งผ่านกระบวนการที่ต่างกัน การแก้ปัญหาเหล่านี้ล้วนต้องใช้ความคิด บางครั้งต้องใช้เงินทุน แต่ที่สำคัญที่สุดผมคิดว่าต้องใช้ความตั้งใจและแรงบันดาลใจอย่างมาก หากเท่าที่สัมผัสคู่ค้าผู้ปลูกหลายๆ คน แววตายังสะท้อนความตั้งใจและความพยายามในการปรับปรุงคุณภาพอยู่พลอยทำให้คนคั่วเล็กๆ อย่างเรามีความหวังและกำลังใจไปด้วย

ไปเยี่ยมสวนกาแฟที่ดอยช้างปีนี้สังเกตเห็นต้นกาแฟที่ออกผลสุกสีเหลืองหลายต้น สอบถามคนปลูกยังไม่ได้คำตอบว่าเป็นพันธุ์อะไรกันแน่ ความจริงนั้นเรื่องพันธุ์กาแฟที่มีปลูกอยู่ในจังหวัดทางภาคเหนือได้รับการส่งเสริมจากศูนย์วิจัยต่างๆ แต่ปัญหาที่พบส่วนใหญ่คือการจัดการสวนยังไม่ดีพอไม่มีการควบคุมเรื่องพันธุ์ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ผู้ปลูกไม่ทราบว่าในสวนของตัวเองนั้นมีพันธุ์อะไรอยู่บ้าง จากเชอรี่สีเหลืองสวยสุกใสจูงใจให้ผมลองค้นเอกสารเก่าๆ ดู พบว่าพันธุ์กาแฟที่สามารถให้ผลสุกสีเหลืองนั้นมีอยู่หลายพันธุ์ เช่น เบอร์บอน คาทูร่า และคาทูย หากเป็นที่ทราบกันว่าอราบิก้าในเมืองไทยส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ลูกผสมที่เรียกว่าคาติมอร์(ไฮบริโดเดอติมอร์ผสมกับคาทูร่า) เนื่องเพราะทนต่อโรคราสนิมได้ดีกว่า และจากบทความเรื่องพันธุ์กาแฟของอาจารย์อาภรณ์ ธรรมเขต ที่เขียนไว้ตั้งแต่ปีพ.ศ.2528 ได้ให้ข้อมูลไว้จนอาจเชื่อได้ว่าต้นกาแฟที่ผมเห็นนั้นมีโอกาสที่จะเป็นลูกผสมระหว่างคาทูย อมาเรโล(ซึ่งให้ผลสุกสีเหลือง) กับคาติมอร์อีกทีหนึ่ง

เรื่องพันธุ์กาแฟถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจและมีผลกับรสชาติไม่แพ้เรื่องของกระบวนการผลิต น่าเสียดายที่งานวิจัยจากส่วนราชการมีงบประมาณไม่มากและขาดแคลนบุคลากรไม่มีระบบที่สามารถทำงานอย่างต่อเนื่องได้ อาจารย์อาภรณ์เคยเล่าให้ฟังว่าการพัฒนาพันธุ์กาแฟนั้นต้องใช้การทดลองอย่างอดทนและต้องใช้เวลามาก ต้องรอให้สายเลือดนิ่งเป็นรุ่นๆ ไป ต้องทำกันต่อเนื่องเป็นสิบๆ ปี หากไม่มีการสนับสนุนอย่างจริงจังย่อมทำไม่ได้ ชาวสวนหลายรายต้องช่วยเหลือตัวเองด้วยการเพาะกล้ากาแฟไว้ใช้เองจึงไม่สามารถบ่งชี้ได้ว่าพันธุ์กาแฟที่ใช้นั้นเป็นพันธุ์อะไรแน่ ทำให้ยากต่อการจัดการและควบคุมคุณภาพ เรื่องนี้ถือว่าเกินกว่าที่ผมจะช่วยเหลืออะไรได้ครับ จึงขอไปเพียงว่าให้ช่วยแยกจำเพาะเมล็ดกาแฟสุกสีเหลืองมาสักจำนวนหนึ่งแล้วเราจะลองทดสอบรสชาติจากโต๊ะ cupping ว่ามีบุคลิกที่แตกต่างและน่าสนใจหรือไม่ เพื่อที่จะทดลอง clone ไว้ใช้ในการขยายแปลงปลูกต่อไป

Posted by vudh at 14:29:59 | Permalink | Comments (2)

Tuesday, December 4, 2007

พลุ 80

หลังจากรับชมรับฟังพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วยความสุขเหมือนคนไทยอื่นๆ แล้ว เมื่อเดินออกไปจากโรงคั่วไม่กี่ก้าวเป็นริมถนนศรีอยุธยายังสามารถชมความสวยงามจากพลุไฟที่ร่วมถวายพระพรซึ่งจุดจากบริเวณราชตฤณมัยสมาคม เสียงพลุยังดังมาถึงตรงนี้คละเคล้ากับเสียงร้องอื้ออึงแสดงความตื่นเต้นชื่นชมของผู้คนที่ล้อมวงกันเต็มสองข้างถนน ผมเชื่อว่าเวลาแบบนี้เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของคนไทยครับ โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นว่าพระเจ้าแผ่นดินที่เขารักได้เจริญพระชนมายุยืนยาวด้วยพระพลานามัยที่แข็งแรง 

ในฐานะคนไทยคนหนึ่งผมจึงขอร่วมถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมายุ 80 พรรษาในปีนี้ ขอพระองค์ทรงพระเจริญ มีพระพลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์ ทรงเป็นร่มไทรและศูนย์รวมใจให้กับคนไทยไปอีกนานเท่านาน 

Posted by vudh at 16:54:07 | Permalink | No Comments »

Saturday, December 1, 2007

SIMENS Clearance Sell 2007

ความจริงผมควรจะช่วยประชาสัมพันธ์นานแล้ว แต่ก็ยุ่งๆ จนลืมไป รู้ตัวอีกทีก็ถึงกำหนดแล้ว นั่นคืองานขายลดราคาสินค้าประจำปีของ SIMENS ซึ่งจัดบริเวณอาคารอิสสระเพลสใกล้กับอาคารชาญอิสสระ 2 ที่เราอยู่ งานนี้มีสินค้าหลายรายการ ลดราคากันมากน้อยคละกันไป มีผู้ให้ความสนใจมากมาย ร้านรวงบริเวณใกล้เคียงพลอยได้อานิสสงส์คึกคักกันใหญ่ ซีททูคัพเราก็ขายกันสนุก วันนี้(2ธ.ค.)ยังมีอีกวันนะครับใครสนใจจะลองแวะมาดูก็ได้หากไม่ยี่หระกับฝูงชนจำนวนมาก
Posted by vudh at 17:03:22 | Permalink | No Comments »