Monday, August 27, 2007

ศูนย์กลางกาแฟแห่งเอเซีย

ได้ฟังวิทยุระหว่างขับรถกลับบ้านวันนี้ ได้ยินรายงานข่าวแบบแว่วๆ ว่าไทยจะเป็นศูนย์กลางการแพทย์ของเอเซีย พลันคิดว่าอ้าวแล้วญี่ปุ่นล่ะ เอ..แล้วสิงค์โปร์ล่ะ ไปอยู่ไหนกัน เนื้อข่าวที่ไม่ละเอียดนั้นให้ข้อมูลอันน้อยนิดว่าด้วยความที่วงการแพทย์ไทยเจริญก้าวหน้าเดี่ยวก็ค้นพบนั่นเดี๋ยวก็ประดิษฐ์นี่สำเร็จ อย่างเร็วๆ นี้แพทย์ที่ศิริราชรีดนมจากเนื้อไก่ได้ หรือแม้แต่ผ่าเด็กแฝดที่แสนยากสำเร็จ รวมกับค่าที่ค่าครองชีพเราไม่แพงนักสถานที่ท่องเที่ยวหย่อนใจมีมากมายจนเลือกไม่ถูก มาเมืองไทยได้รักษาได้เที่ยวสบายใจเหลือเงินทอนกลับไปใช้ที่บ้านอีก ต่อให้เป็นศูนย์กลางการแพทย์ของโลกก็คงไม่ไกลเกินเอื้อม เหมือนกับเรื่องกาแฟนั่นประไร หลายคนไม่รู้ว่าเมืองไทยเป็นศูนย์กลางกาแฟของภูมิภาคนี้ หากมากรุงเทพฯ ท่านจะได้พบกับร้านกาแฟมากมาย ตกแต่งกันจนเจริญหูเจริญตารสชาตินั้นก็หาแพ้ใครไม่ โรงคั่วใหญ่น้อยเขาคั่วแต่กาแฟดีๆ มีทั้งสไตล์ยุโรปอเมริกันจีนไทยหรือจะไปเชียงใหม่ยังมีร้านกาแฟอีกนับร้อย กาแฟดีๆ ทั้งนั้น.. หากท่านจะอบรมเรื่องการชงการคั่วหรือการทำไร่ กรุงเทพฯและเชียงใหม่ยังมีสำนักอบรมแบบมาตรฐานหลายสำนักที่สามารถจัดอบรมในภาษาอังกฤษได้และเทคนิคที่ใช้ที่ถ่ายทอดนั้นล้ำนำสมัยไม่ตกยุค หรือแม้แต่จะซื้อแพคเกจเที่ยวดอยแหล่งปลูก เราก็มีดอยให้ท่านเลือกหลายสิบดอย แล้วท่านจะต้องการอะไรอีก ที่สำคัญคนไทยนั้นนอกจากกินกาแฟเป็นกินกาแฟเก่งแล้วยังยิ้มแย้มแถมชอบช่วยเหลือ มาเมืองไทยท่านไม่ลำบากแน่ๆ หากไม่จับจ่ายเพลินเชื่อว่าเหลือเงินทอนเอากลับไปใช้ที่บ้านแน่นอน จะเป็นเจแปนสิงค์โปร์ไต้หวันหรือเกาหลีนั้นไม่ต้องนำมาเทียบเลย ไทยแลนด์นี่แหละคุ้มที่สุด แต่หากไม่ชอบอากาศร้อนและยุง คงต้องฝ่าฟันไปซีแอทเติ้ลอเมริกา หรือทริเอสต์อิตาลีโน่นเลย แต่เชื่อเถอะ..ท่านจะไม่สมปรารถนาเหมือนมาเมืองไทยหรอก…

อ้าว..ถึงบ้านแล้วครับ ความคิดปนความหวังก็จบลงอยู่ตรงหน้าบ้านนั่นเอง

Posted by vudh at 18:20:02 | Permalink | No Comments »

Thursday, August 23, 2007

best espresso in the world !

การแข่งขันบาริสต้าชิงแชมป์โลกที่โตเกียวปีนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่มีการให้รางวัลกับเบลนด์กาแฟที่ผู้เข้าแข่งขันนำมาใช้ โดยแบ่งเป็น เอสเปรสโซดีเด่น คาปูชิโน่ดีเด่น และเครื่องดื่มพิเศษดีเด่น สำหรับรางวัลหลังสุดนี้ผู้ที่ฟันคะแนนเป็นที่หนึ่งได้แก่การเบลนด์กาแฟแบบต่อหน้าต่อตากรรมการด้วยกาแฟเคนยาและกาแฟคอสตาริก้าโดย jimseven พร้อมไปกับรางวัลแชมป์โลกคนล่าสุด ส่วนคาปูชิโน่ดีเด่นได้แก่เบลนด์กาแฟที่มิยูกิแชมป์จากญี๋ปุ่นเจ้าภาพเป็นผู้ใช้ 

ทั้งนี้รางวัลเอสเปรสโซ่ดีเด่นจนกล่าวกันว่าเป็นเอสเปรสโซที่ดีที่สุดในโลกในขณะนี้นั้น มาจากเบลนด์แข่งขันของแชมป์จากสหรัฐฯ นามเฮทเถอะ แพรี่ ซึ่งผมโชคดีได้รับความอนุเคราะห์จากนายกสมาคมบาริสต้าไทยคุณมีชัยที่กรุณาหอบหิ้วมาจากขอบเวทีแข่งขันที่โตเกียวจนถึงกับดึงช็อตด้วยตัวเองให้ได้ดื่มชิม

แน่นอนว่าปัจจัยต่างๆ มันเปลี่ยนไปเยอะ เช่นเครื่องชงที่ต่างกัน ปริมาณกาแฟที่อาจต่างกัน อายุกาแฟที่ต่างกัน เทคนิคการชงที่ต่างกัน และ ฯลฯ อาจทำให้ผมได้กาแฟที่ต่างไปจากกรรมการที่ทำการตัดสิน ความรู้สึกที่ได้นั้นเห็นด้วยกับที่แพรี่บรรยายไว้ว่า เริ่มด้วยช็อคโกแล้ต แต่เป็นช็อคโกแล้ตสอดด้วยผลไม้ เมื่อซดต่อจึงเปลี่ยนไปเป็นแบรี่ และคล้ายไวน์ แซมด้วยสไปซ์ ความตื่นเต้นของผมคืออโรม่าเหมือนกลิ่นยาสูบอบอวลและการเปลี่ยนไปในอึกที่สองนี่ล่ะครับ มันเหมือนกับความกระจัดกระจาย มองไม่เห็นรูปร่างชัดเจน น่าสนใจคล้ายฟรุ้ตโซนาตาในแบบอิมเพรสชั่นนิสต์ของคีตกวีเดบุสซี่ ที่ไม่ได้ถูกวางลำดับเรื่องราว แต่มีความสวยงามในทุกความเคลื่อนไหว เหมือนกับบทกวีที่กำลังพรรณาถึงอะไรบางอย่างและเต็มไปด้วยคำวิเศษณ์ และถ้าเป็นภาพก็อาจคล้ายกับฝีแปรงหยาบๆ ของโมเน่ต์ ที่ไม่มีเส้นสายชัดเจน ไม่เหมือนจริง แต่ประทับใจ

ผมร่ายไปเรื่อยนะครับ เพราะรู้สึกอย่างนั้น ส่วนตัวผมถือเป็นเบลนด์ที่น่าสนใจ แม้จะไม่สมบูรณ์แบบเนื่องจาก defect บางอย่างที่แซมเข้ามา อาจเนื่องด้วยเมล็ดที่ใช้เป็นเมล็ดที่ผ่านกรรมวิธีแบบธรรมชาติหรือ dry process ของเบอร์บอนสีเหลืองจากบราซิลที่ใช้เป็น base ในเบลนด์ และไฮไล้ท์ด้วยเอธิโอเปียซิดาโม รวมถึง สุมาตรา ที่ process แบบ semi dry ซึ่งผมเดาว่าผู้ที่ create เบลนด์นี้เลือกที่จะสร้างความประทับใจให้เกิดขึ้นกับกรรมการในทันทีทันใดมากกว่าที่จะสร้างเบลนด์ที่ไร้ที่ติสามารถดื่มได้ทุกวันแต่ดูเรียบเกินไปที่จะใช้ในการแข่งขัน  และรางวัลที่ได้ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาด และคุ้มค่ากับการเสี่ยงแล้ว

 

Posted by vudh at 19:14:48 | Permalink | Comments (3)

Tuesday, August 14, 2007

start roasting your own

เมื่อความสนใจกาแฟมันทวีขึ้นมาถึงขีดสุด หลายคนจึงเริ่มคั่วกาแฟไว้ดื่มเองในบ้าน บางคนใช้กระทะ บางคนใช้จานข้าวสุนัขแบบที่ฝรั่งเรียกว่า heatgun&dog bowl ถ้าลงทุนมากหน่อยอาจใช้เครื่องคั่วลมร้อนตัวเล็กๆ ที่คั่วได้ครั้งละ 1 ขีด หากอยากได้อารมณ์โปรมากขึ้นอีกบางคนใช้ดรัมเล็กอย่าง Hottop เรื่องพวกนี้รวมถึงเมล็ดดิบดีๆ ให้คุณทอมและภรรยาของเขาแห่ง สวีทมาเรีย ช่วยได้ แต่ถ้าเริ่มคั่วเป็นจริงเป็นจังขึ้นมาคงต้องใช้เครื่องคั่วที่เป็นโปรเฟสชั่นนอลมากขึ้น ก็มีถามมาอีกว่าแล้วโปรเขาคั่วกันอย่างไร ต่างจากที่คั่วกันในบ้านอย่างไร แล้วมีหนังสือเกี่ยวกับการคั่วกาแฟให้อ่านกันบ้างไหม ตอบแบบห้วนๆ ได้ว่า ต่าง และไม่ต่าง คือต่างตรงที่คั่วในบ้านนั้นเอาไว้ดื่มกันเองจะคั่วอย่างไรก็ได้ บางครั้งทำได้ดีอยากจะทำซ้ำให้เหมือนเดิม ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ไม่เป็นไร แต่คั่วขายคนอื่นนั้น การทำซ้ำสำคัญที่สุดและยากที่สุด เพราะคงไม่มีใครอยากได้ของที่ไม่ได้ตกลงปลงใจซื้อ ส่วนที่ว่าไม่ต่าง ก็คือการคั่วกาแฟคือการทำให้เมล็ดดิบเป็นเมล็ดสุกเหมือนกัน มีการทำให้เมล็ดกาแฟเปลี่ยนแปลงทั้งทางกายภาพและเคมีเหมือนกัน และสำหรับหนังสือนั้น ตอบว่ามีครับ ที่เป็นพื้นฐานควรมีไว้อ่านกันคือ Home Coffee Roasting: Romance and Revival โดยคุณ เค็น เดวิด หากต้องการติดตามความเป็นไปในโลกของการคั่วกาแฟคงต้องเป็นสมาชิก Roast Magazine และถ้าอยากได้ข้อมูลลึกๆ ยังมีหนังสือที่อธิบายเคมีในกาแฟอย่างละเอียดอีกหลายเล่ม ลอง google ได้ตามอัฌาศัย แต่ส่วนตัวผมถ้าถามว่าหนังสือเล่มไหนสำคัญที่สุดตอบได้ทันทีว่า คือบันทึกการคั่วของใครของมัน ที่เรียกว่า roaster’s note นั่นล่ะครับ

จะลองแง้มบันทึกของวันนี้ให้ฟังกันคร่าวๆ นะครับเผื่อเป็นแนวคิดได้บ้าง

14/8/2007 จาก roast curve ที่ทดลองใช้ในครั้งก่อน test เมล็ดS2(รหัสเมล็ดกาแฟดิบตัวหนึ่ง) batch 5/8 เป็น espresso ให้อโรม่า บอดี้ดี แต่อซิดิตี้สูงเกินไปจน soury acrid and salty วันนี้ตั้งใจลด acid ในช่วงหลัง 1st crack โดยใช้แผน คั่วช้าในตอนต้นเมื่อ bean ถึง 160c เพิ่มไฟ ก่อนแคร็กเล็กน้อยลดไฟลง 60% ปิดอากาศ และค่อย 50/50 หลังแคร็ก จบเมื่อเริ่มแคร็กครั้งที่สอง

นี่เป็นตัวอย่าง note ที่ว่าครับ และจะตามด้วยข้อมูล time & temp ของแต่ละ batch ที่คั่วที่เรียกว่า roast log รวมถึงเหตุการณ์และสิ่งที่เราทำระหว่างการคั่ว ละเอียดบ้างไม่ละเอียดบ้าง แล้วแต่ปัญหาหรือสถานการณ์ที่ผู้คั่วเผชิญอยู่ในช่วงนั้นๆ เอามาเล่าให้ฟังบางคนอาจงงๆ ก็ขอให้ข้ามหรืออ่านผ่านๆ ไปครับ แต่สำหรับผู้ที่สนใจการคั่วกาแฟอาจได้ประโยชน์บ้าง และถ้าคิดว่าผมจะช่วยอะไรได้อีกจะลองอีเมล์มาก็ได้ครับ vhaska@yahoo.com
 

Posted by vudh at 17:35:30 | Permalink | No Comments »

Monday, August 6, 2007

Y ? Espresso

อันที่จริงการแข่งขัน World Barista Championship ประจำปีนี้ที่จัดขึ้นที่โตเกียวเพิ่งจบไปเมื่อสัปดาห์ก่อนยังมีควันหลงมากมายให้พูดถึงกันในหมู่คนกาแฟ แชมป์ปีนี้ตกเป็นของ jim บาริสต้าจากสหราชอาณาจักร หลายคนอาจไม่รู้ว่าพ่อหนุ่มคนนี้เป็นใครมาจากไหน ค่าที่เราอาจรู้จักคนกาแฟจากฝั่งอเมริกามากกว่า แต่อันที่จริง jim ถือเป็นพวกบ้ากาแฟแบบสุดๆ คนหนึ่งเลยทีเดียว เราอาจรู้จักเขามากขึ้นจากเวบล็อคของเขาคือ jimseven ผมได้ดูการแสดงของเขาในรอบสุดท้ายที่โตเกียวผ่านทาง zacharyzachary แล้วก็รู้สึกว่า jim ทำได้ดีและดูสบายๆ ผ่อนคลายมาก เขาทำให้เวทีการแข่งขันเหมือนบาร์กาแฟที่เขาทำงานอยู่ทุกวัน และกรรมการก็เหมือนลูกค้าที่คุ้นเคย เสียดายแต่ว่าเราไม่สามารถชิมเครื่องดื่มของเขาผ่านทางอินเทอร์เนตได้มิฉะนั้นคงได้วิจารณ์กันสนุกกว่านี้

การแข่งขันครั้งนี้เป็นครั้งที่แปดที่จัดกันมา ผมเชื่อว่าชื่อ WBC เป็นที่รู้จักมากขึ้นแล้ว และมีค่าทางธุรกิจมากขึ้นเป็นลำดับนั่นหมายถึงวัฒนธรรมกาแฟเอสเปรสโซได้ขยายตัวไปทั่วโลกอย่างยั้งไม่อยู่แล้ว แต่ถึงนาทีนี้โลกกาแฟของผมกลับเปิดกว้างมากขึ้นจนมนต์เสน่ห์ของเครื่องดื่มเอสเปรสโซไม่สามารถรั้งผมไว้ได้อีกต่อไป กาแฟทิปปิก้าจากโบโลเวน ลาว ชงจากกระดาษกรองที่ได้ดื่มในวันนี้ให้ความหอม หวานสดชื่น กลมกล่อมเจือกลิ่นส้ม และผลไม้สุกนิดๆ และแน่นอนว่าผมดื่มมันดำ ไม่ต้องพูดถึงนม น้ำตาล และสิ่งปรุงแต่งใดๆ มันไม่ใช่กาแฟจากกระดาษกรองถ้วยแรกในชีวิต แต่กว่าจะเรียนรู้ที่จะรับรู้ถึงความล้ำเลิศที่กาแฟจริงๆ มีเช่นนี้ ผมต้องใช้เวลานานนับปีอย่างน่าเสียดาย

Posted by vudh at 19:13:42 | Permalink | No Comments »