December 19, 2007

กาแฟ คลื่นลูกที่ 3:3rd wave coffee

พูดไปบ้างแล้วในคอมเม้นท์ของบล็อคเมื่อวันก่อน เลยอยากจะขยายขึ้นไปอีกเผื่อเพื่อนๆ บางคนยังไม่คุ้น ที่ผ่านมาเราอาจเคยได้ยินคำว่า indy cafe ที่สั้นมาจาก independent coffee house มีคนให้ความหมายไว้บ้างแล้ว ตัวผมเองชอบเชื่อมโยงกับศิลปินทำเพลงที่ทำเกือบทุกอย่างด้วยตัวเอง ไม่พึ่งทุน ช่องทางการโฆษณา หรือช่องทางการจัดจำหน่ายจากบริษัทนายทุน เวลาเป็นร้านกาแฟก็น่าจะหมายถึงร้านเล็กที่พึ่งพาตัวเองและเป็นตัวของตัวเองอย่างยิ่งยวด หาก 3rd wave ที่กำลังจะพูดถึงนี้หมายความต่างกันไปแต่เป็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมกาแฟบ้านเรา

ความหมายของ 3rd wave มีพูดกันมาก รวมถึงมีเสียงต่อต้านดูแคลนไม่เห็นด้วย ท่านสามารถค้นหาข้อมูลขยายความให้ละเอียดได้จากกูเกิ้ล ผมเพียงจะเล่าตามความเข้าใจส่วนตัวว่า ได้มีการแบ่งคลื่นลูกใหญ่ในอุตสาหกรรมกาแฟไว้ 3 ลูก ลูกแรกนั้นหมายถึงช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เทคโนโลยีการผลิตกาแฟกึ่งสำเร็จรูปประสบความสำเร็จอย่างมาก ทำให้การบริโภคกาแฟสะดวกง่ายขึ้น ปริมาณการบริโภคกาแฟทั่วโลกจึงสูงกระฉูดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตามมาด้วยคลื่นลูกใหญ่ลูกที่ 2 น่าจะเป็นช่วงไม่ถึง 30 ปีที่ผ่านมานี้ ที่บาร์กาแฟซึ่งเสิร์ฟกาแฟคั่วคุณภาพสูงได้รับความนิยมมากขึ้น การเข้าร้านกาแฟเพื่อพบปะสมาคมกลายเป็นวัฒนธรรมที่แพร่หลายไม่จำกัดแต่สังคมชั้นสูงอีกต่อไป ถือเป็นช่วงที่การบริโภคกาแฟคั่วมีปริมาณสูงขึ้นมาก ปรากฏการณ์ของ starbucks coffee ผมถือรวมอยู่ในคลื่นลูกนี้ด้วย จนมาถึงคลื่นลูกสุดท้ายคือลูกที่ 3 ที่เรียกว่า Third wave มีคนพยายามอธิบายว่า เป็นการบริโภคกาแฟที่คุณภาพสูงแบบสุดๆ คำว่า specialty ถูกเน้นให้เข้มงวดขึ้นไปอีก ผู้ชงถือเป็นทูตของเมล็ดกาแฟแต่ละเมล็ดที่จะนำพาคุณลักษณะอันล้ำเลิศของกาแฟจากแหล่งปลูกมาสู่ถ้วยของผู้ดื่มอย่างไร้ที่ติ กาแฟถูกเปรียบเหมือนไวน์ชั้นเลิศ ที่ต้องประกาศข้อมูลเบื้องหลังเช่นสายพันธุ์ กระบวนการผลิต แหล่งปลูก หรือแม้แต่ชื่อของผู้ปลูกอย่างละเอียดยิบ ข้อถกเถียงที่เกิดขึ้นบ้างก็ว่ามันถึงกับเป็นปรากฎการณ์จนถือเป็น "คลื่น" ลูกหนึ่งเชียวหรือ ทั้งที่ใน 2nd wave เอง เราก็มีกาแฟที่คุณภาพสูงอยู่แล้ว เรื่องนี้ผมขอไม่เถียงด้วยนะครับ

สิ่งที่ผมชอบในคอนเซ็ปท์ของ 3rd wave คือ "ความโปร่งใส" กลุ่มคนพวกนี้มีความลับทางการค้าน้อยมาก เรียกว่ารู้อะไรมาก็จะนำมาแลกเปลี่ยนกันเสมอเพื่อจุดมุ่งหมายในการช่วยกันปรับปรุงพัฒนาคุณภาพให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยิ่งผสมรวมกับเทคโนโลยีอินเทอร์เนตที่เชื่อมคนจากทั่วโลกเข้าไว้ด้วยกันแล้ว คนกาแฟจากยุโรปอเมริกาหรือแม้แต่เอเซียจึงเหมือนอยู่ใกล้กันมากขึ้น เราได้เห็น jim รินนมลงในถ้วยคาปูชิโน่บนเวทีแข่งขันที่โตเกียวแทบจะพร้อมกับคนกาแฟที่ลอนดอน โคเปนเฮเกน หรือซีแอตเติ้ลผ่านเวบไซต์แซคารีแซคารี นอกจากนี้ความโปร่งใสดังกล่าวยังรวมถึงที่มีต่อผู้บริโภคด้วย หากท่านดื่มกาแฟของใครแล้วได้รับทราบเพียงแต่ว่ากาแฟที่ดื่มนั้นมาจาก "ดอยสูงทางภาคเหนือ" ก็ยากที่จะเรียกบาร์กาแฟแบบนี้ว่า 3rd wave

ในปัจจุบันนี้ลักษณะของ 3rd wave ในเมืองไทยผมเชื่อว่าได้เกิดขึ้นบ้างแล้ว อาจจะยังไม่เป็นแบบสุดๆ อย่างที่ในยุโรปหรืออเมริกามี แต่ก็ถือว่ามี และไม่ได้น้อยหน้าฝรั่งมากนัก ผมไม่สนใจในข้อถกเถียงว่า 3rd wave ควรจะถือเป็นคลื่นลูกหนึ่งหรือไม่ หากสาระสำคัญที่น่าจะอยู่ในใจของคนทำกาแฟก็คือการให้ความสำคัญกับคุณภาพให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และต้องเชื่อว่าหากเราดูแลได้ดีแล้ว กาแฟที่ยอดเยี่ยมเหล่านี้จะเป็นผู้ดูแลเราให้อยู่รอดปลอดภัยได้เอง


Posted by vudh at 23:49:06 | Permanent Link | Comments (8) |
Comments
1 - เป็นบทความที่ดีมากเลยครับ ผมก็พึ่งรู้เรื่อง 3rd wave ตอนนี้นี่เอง

แต่ในความคิดผมเรื่องที่ร้านกาแฟในไทย จะทำเป็น specialty สุดๆแบบในฝันนี่ ยังคงอีกนาน ในเมื่อพนักงานที่ชงยังไม่รู้รายละเอียดของ เมล็ด สายพันธุ์ หรือ เครื่องชงที่ตัวเองใช้อยู่ทุกวัน ดีมากพอที่ถ่ายทอดให้แก่ลูกค้า แบบนี่ก็ลำบากนิดนึง

แต่ก็หวังว่าในอนาคตจะมีร้านแบบนี้เกิดขึ้นมากขึ้นะครับ ^^ (Comment this)

Written by: skipper at 2007/12/20 - 14:58:54
2 - งั้นขอถามก่อนเป็นคนแรกเลยละกันครับ
ว่า เมล็ดกาแฟ ของ seat2cup มาจากที่ไหนครับ แหะๆ(อยากรู้ครับ) (Comment this)

Written by: Anonymous at 2007/12/22 - 09:58:15
profile
3 - ขอบคุณคุณ skipper ครับ ความคิดผมคือไม่ต้อง 3rd wave กันหมดหรอกครับ แค่บางร้านก็พอ ในต่างประเทศก็เช่นกัน ร้านที่กาแฟดีจริงๆ และเป็นแบบ 3rd wave ไม่ใช่ว่าจะเป็นกันทุกร้าน แต่ในกลุ่มนี้จะเป็นที่รู้จักกันเองในหมู่คนที่ปรารถนากาแฟคุณภาพสูง ในเมืองไทยเองผมว่าใกล้จะมีหรืออาจมีจริงๆ แล้ว จำนวนน้อยเป็นเรื่องปกติ เพราะการทำกาแฟที่ดีไม่เคยเป็นเรื่องง่าย ส่วนของร้านซีทเองอยู่ในช่วงพยายามครับ อย่างคำถามของคุณนิรนามนั้นยังตอบชัดๆ ไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเป็นความลับอะไร แต่ว่ายังอยู่ในช่วงทดลอง และรอการสรุป ขอความกรุณาติดตามข่าวเป็นระยะนะครับ คาดว่าช่วงต้นปีหน้าจะไขออกมาให้ทราบทั่วกัน (Comment this)

Written by: vudh at 2007/12/22 - 23:59:40
4 - ไปกินเอสเพสโซ่ที่ร้านพี่วุติที่ซอยรางน้ำแล้วครับ รู้สึกเลยว่าเอสเพสโซ่มันต้องแบบนี้ (Comment this)

Written by: skipper at 2007/12/23 - 14:28:54
5 - หึ หึ หึ

อ่าน อัลวิน ทอฟเลอร์ มากไปหรือเปล่า คุณวู๊ดดี้? มันไม่ค่อย on เท่าไหร่แล้วนะเดี๋ยวนี้

พวก เติร์ดเวฟเนี่ยต้องใช้กาแฟนอกใช่ปะ นอกจริงไหม๊ นอกแล้วขายได้ราคาจริงเหรอ แก้วละเท่าไหร่ เรามีลูกค้ายอมซื้อเหรอ

ผมว่าหันมาพอเพียงกันดีกว่านะ ขายกาแฟไทยยอมรับมันซะว่าเราคนไทย ใช้ของไทย ราคาไทยๆ ไม่ใช่ปั่นกันซะจะไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน สงสารชาวเขา ไปซื้อกาแฟเค้า ราคาก็ไม่แพง แล้วมาอัพกันซะ โห

ฟังแล้วเหนื่อยเนาะ (Comment this)

Written by: Anonymous at 2007/12/24 - 17:34:45
profile
6 - นั่นสิ..สงสัยผมจะช่างฝันไป อย่าถือสาเลยนะครับ (Comment this)

Written by: vudh at 2007/12/25 - 13:13:44
7 - ผมสงสัยว่า ถ้าเราแค่อยากทำให้กาแฟเรามันรสชาติดีขึ้น โดยอาจต้องใช้กาแฟจากชาติอื่นบ้างมาผสม มันผิดตรงไหนหรอครับ
ถ้าเราต้องการความแตกต่าง
ลูกค้ายอมซื้อมั้ย ตลาดมันก็มีกลุ่มลูกค้าหลายประเภทนี่ครับตามหลักการตลาด
คุณวุฒิ ก็บอกแล้วว่ามีแค่บางร้านแต่ให้มันเกิดขึ้นก็พอ
มานั่งคิดว่า ยอมรับว่าเป็นคนไทย คุณก็อย่าออกนอกประเทศเลยครับ หรือรอประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ยอมรับแล้วพยายามก้าวเหยีบหัวเราไป
แล้วเราก็มานั่งโวยวาย
ฟังแล้วปัญญาอ่อนเนาะ โตๆกันแล้วคิดกันได้แค่นี้เองหรอ มิน่าอะไรหลายอย่างในประเทศไทยมันเลยไม่พัฒนาเท่าที่ควร เพราะคงมีคนแบบนี้อยู่เยอะนี่เอง (Comment this)

Written by: Anonymous at 2007/12/31 - 15:09:09
8 - ถ้าความพอเพียงคือดื่มกาแฟไทย ขายแต่กาแฟไทย ผมยอมรับว่าผมเป็นคนที่ไม่พอเพียงครับ ยังมีความอยากชิมกาแฟนอกจากที่ต่าง ๆ จะได้รู้สึกว่าตัวเองออกมาอยู่นอกกะลาซะบ้าง (Comment this)

Written by: Anonymous at 2008/01/10 - 01:24:52
Write a comment